เด่นชัดอย่างยิ่งว่า การชิงตำแหน่ง “ประธานสภาผู้แทนราษฎร” จะเป็นสมรภูมิแรกของการประลองพลังระหว่างแต่ละฝ่ายที่คุมเชิงทางการเมืองอยู่
นั่นหมายถึงวันที่ 25 พฤษภาคมจะเป็นวันชี้ขาดว่าการเมืองจะก้าวไปในทิศทางใด
พลันที่มีข่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์อาจเสนอชื่อ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน พลันทีมีข่าวว่า พรรคเพื่อไทยอาจเสนอชื่อ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์
ขณะที่ภายในพรรคพลังประชารัฐยังไม่สามารถตกลงว่าจะเป็น นายสุชาติ ตันเจริญ หรือ นายวิรัช รัตนเศรษฐ
นี่ย่อมเป็นปัญหาใหญ่ของพรรคพลังประชารัฐ
มีข่าวว่าชื่อของ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ปรากฏขึ้นในระหว่างการเจรจาและต่อรองเก้าอี้ทางการเมืองของพรรคพลังประชารัฐ กับพรรคประชาธิปัตย์
เป็นการเสนอเข้ามาขณะที่พรรคพลังประชารัฐมี นายสุชาติ ตันเจริญ และ นายวิรัช รัตนเศรษฐ แล้วในมือ
หากเป็นจริงก็ต้องยอมรับความเขี้ยวของพรรคประชาธิปัตย์
เพราะเป็นการเสนอเข้ามาในขณะที่พรรคพลังประชารัฐไม่สามารถแก้ปัญหาอันสะท้อนความขัดแย้งและแย่งชิงกันเองภายในพรรค
แม้ นายสุชาติ ตันเจริญ จะต่อสายผ่าน นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ แต่ก็ต้องยอมรับว่า นายวิรัช รัตนเศรษฐ ต่อสายตรงกว่า
ข่าวที่ออกมาในห้วงเดือนเมษายน 2561 ว่า นายวิรัช รัตนเศรษฐ เป็นส่วนหนึ่งของ”กลุ่มสามมิตร” แต่ต่อมาเด่นชัดว่าเขาอยู่ในจุดอันเหนือกว่า “กลุ่มสามมิตร”
พรรคประชาธิปัตย์จึงเสนอ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ทะลวงเข้าไปในความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ
เป้าหมายอันเป็น “กล่องดวงใจ” ในทางการเมือง
ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรสำคัญมากน้อยเพียงใดขอให้ดูเพียง 2 จุด
1 ดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภาอีกตำแหน่งหนึ่ง
1 เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯตั้งนายกรัฐมนตรี
ความเขี้ยวของพรรคประชาธิปัตย์อยู่ตรงนี้

