ไม่ว่าข่าวการพบระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับฝ่ายสนับสนุนในค่ำของวันที่ 24 มีนาคม ไม่ว่าข่าวการพบระหว่างหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่กับบิ๊กแห่งคสช.
เกิดขึ้นในห้วงเวลาสำคัญ คือ 1 ในวันเลือกตั้งและ 1 ในวันก่อนประชุมรัฐสภา
จากวันที่ 24 มีนาคม ถึงวันที่ 24 พฤษภาคม
ข่าววันที่ 24 มีนาคมได้รับการปฏิเสธตามมาไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าพรรคภูมิใจไทย ที่ถูกอ้างอิงถึง ข่าวก่อนวันที่ 24 พฤษภาคม ได้รับการปฏิเสธทันทีจากพรรคประชาธิปัตย์
แต่จุดที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ ไม่มีการปฏิเสธจากคสช. ไม่มีการปฏิเสธจากพรรคพลังประชารัฐ
ตรงนี้พอจะเป็นคำตอบได้ว่าข่าว”ปล่อย”มาจากแหล่งใด
ต้องยอมรับว่าแม้พรรคพลังประชารัฐจะยืนยันว่าได้จัดตั้งรัฐบาลอย่างแน่นอน แม้คสช.จะยืนยันอย่างอารมณ์ดีว่าทุกอย่างดำเนิน ไปตามโรดแม็ปครบถ้วน
แต่ภายในความแน่นอนจากพรรคพลังประชารัฐและจากคสช.ก็ยังมีความไม่แน่นอนดำรงอยู่
เอากันง่ายๆคือตำแหน่ง”ประธานสภาผู้แทนราษฎร”
แม้จะมีข่าวจากพรรคพลังประชารัฐในทำนองว่าหากมิใช่ นายสุชาติ ตันเจริญ ก็น่าจะเป็น นายวิรัช รัตนเศรษฐ ผู้คร่ำหวอดในเวทีรัฐสภา
ก็มีข่าวว่าอาจเป็น นายบัญญัติ บรรทัดฐาน แห่งพรรคประชาธิปัตย์
เป็นการปรากฏขึ้นในบรรยากาศที่ไม่ว่าพรรคเพื่อไทยก็พร้อม ต่อสายไปยังพรรคประชาธิปัตย์ เป็นการปรากฏขึ้น ในบรรยากาศที่พรรคอนาคตใหม่ก็เตรียมพบหัวหน้าคนใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์
ในที่สุดพรรคการเมืองใดจะได้เป็น”ประธานรัฐสภา”
ตรงนี้เองจึงทำให้ข่าวการพบระหว่างหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่พร้อมเลขาธิการพรรคคนใหม่กับบิกคสช.ที่มีบทบาทในการจัดตั้งรัฐบาลจึงทรงความหมาย
จำเป็นต้องปฏิบัติการ IO ปล่อยออกมา
ประเด็นจึงอยู่ที่ว่าเมื่อมีชื่อ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ชื่อของ อีก 2 คนจากพรรคพลังประชารัฐจะเงียบหายไปหรือไม่
นี่คือเกมที่พรรคประชาธิปัตย์เดินในแบบไม่เดิน

