พลันที่มีข่าวว่าทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เลือก นายสุชาติ ตันเจริญ เป็นผู้เดียวที่จะไปชิงตำแหน่ง ประธานสภาผู้แทนราษฎรในนามพรรคพลังประชารัฐ
ไม่ได้เลือก นายวิรัช รัตนเศรษฐ แม้จะมีความปรารถนาตำแหน่งนี้เช่นเดียวกัน
ทุกอย่างก็เคลียร์คัตชัดเจน
เท่ากับยืนยันว่าทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เชื่อตามแรงผลักดันของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ มากกว่า
ประเด็นอยู่ที่ว่า นายสุชาติ ตันเจริญ จะสู้กับใครระหว่าง นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กับ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา
ทุกอย่างดำเนินไปตามหลัก”การศึกมิหน่ายเล่ห์”โดยแท้
ที่พรรคพลังประชารัฐเลือก นายสุชาติ ตันเจริญ แทนที่จะเป็น นายวิรัช รัตนเศรษฐ ไม่เพียงแต่มั่นใจใน 115 เสียงที่มีอยู่ หากแต่ ยังมั่นใจในเครือข่ายเดิมของ นายสุชาติ ตันเจริญ
อย่างน้อยก็สายสัมพันธ์กับ กลุ่ม 16 ส.ส.อันมี นายเนวิน ชิดชอบ นายสรอรรถ กลิ่นประทุม เป็นสำคัญ
นั่นหมายถึง 51 เสียงจากพรรคภูมิใจไทย
กระนั้น หากพรรคประชาธิปัตย์เสนอชื่อ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน เข้ามา เมื่อต้องชิงกับ นายสุชาติ ตันเจริญ นั่นหมายความว่าจะต้องสูญเสีย 52 เสียงของพรรคประชาธิปัตย์ไป
เป็นไปได้ว่าหมากเกมที่ฝั่งต่อต้านการสืบทอดอำนาจจะผลักดัน นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เข้ามาก็จะต้องติดเบรก
ความหมายที่แน่ชัดก็คือ 245 เสียงจากพรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ พรรคเสรีรวมไทย พรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคเพื่อชาติ พรรคพลังปวงชนชาวไทย ย่อมจะไปผนวกรวมกับ 52 ของพรรคประชาธิปัตย์
กลายเป็น 297 เสียงจาก 500 เสียงโดยพลัน
ถามว่าเหตุใด คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จึงประกาศผนึกตัวรวมพลังเหล่า”อเวนเจอร์”ทั้งจากพันธมิตร 7 พรรคและยกย่อง 52 เสียงของพรรคประชาธิปัตย์ว่า
“คืออัญมณีเม็ดสุดท้าย
เหล่าอเวนเจอร์จากทุกพรรคจึงจะสามารถหยุดยั้งลุงธานอสเอาไว้ได้”
นี่คือหมากก่อนการลงมติในวันที่ 25 พฤษภาคม

