‘กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย’ รวมตัวอ่านแถลงการณ์ ‘ครบ 5 ปีรัฐประหาร’ จี้หยุดสืบทอดอำนาจ (คลิป)

เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. วันที่ 22 พฤษภาคม บริเวณแยกราชประสงค์ นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีตส.ส.จังหวัดแพร่ พร้อมกลุ่มพลังมด เดินทางมาถึงหน้าร้านแมคโดนัลด์ เพื่อนำเสนอนิทรรศการ “มนุษย์กับภาพวาด คนไม่ทน คสช.” โดยมีสมาชิกกลุ่มพลังมดยืนถือภาพวาด บุคคลต่างๆที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินคดีโดยภาครัฐทั้งในภาคประชาชน นักกิจกรรม และนักการเมือง อาทิ ไผ่ ดาวดิน, เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ,พริษฐ์ ชิวารักษ์ ,รังสิมันต์ โรม, พะเยาว์ อัคฮาด หรือ ‘แม่น้องเกด’ ,พันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ หรือ ‘พ่อน้องเฌอ’, ปิยบุตร แสงกนกกุล, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, วัฒนา เมืองสุข, สุธรรม แสงประทุม, อดิสร เพียงเกษ, พิชัย นริททพันธุ์ , วัฒนา เมืองสุข เป็นต้น


จากนั้น มีการเดินเท้าข้ามถนนไปยังแยกราชประสงค์ฝั่งหน้าร้านสินค้าแบรนด์เนม ห้างสรรพสินค้าเกษร วิลเลจ นพ.ทศพร กล่าวว่า ในวันนี้ เป็นวันครบรอบห้าปีรัฐประหารมีผู้ได้รับผลกระทบมากมาย ประชาชนส่วนหนึ่งต้องติดคุก ขึ้นศาลทหาร ตนจึงใช้เวลาว่างขณะตกงาน 5 ปี วาดภาพบุคคลเหล่านั้นด้วยแรงบันดาลใจจากกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง โดยเริ่มต้นวาดภาพน.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ ซึ่งขณะนั้นถูกจองจำที่สน.พญาไทแล้วนำไปมอบให้ ต่อมาจึงทยอยวาดภาพบุคคลต่างๆ

“รูปเหล่านี้ผมวาดเป็นปีๆ โดยใช้วิชาการวาดรูปจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นอกจากรูปประชาชน นักการเมือง นักกิจกรรม ยังวาดรูปพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งเป็นภาพที่ผมชอบมาก และหลังเปิดสภาจะมีภาพชุดวุฒิสภาอัปยศด้วย” นพ.ทศพร กล่าว

ต่อมาเวลา 18.30 น. กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย จัดกิจกรรม RIP-NCPO โดยมีการอ่านแถลงการณ์ต่อต้านการสืบทอดอำนาจของคสช. มีการชูป้ายไวนิลขนาดใหญ่มีข้อความว่า ‘หยุดสืบทอด’ พร้อมภาพตู่น็อคคิโอ จากนั้นผู้ร่วมกิจกรรมนำปากกาเขียนข้อความต่างๆ แล้วผูกด้วยผ้าสีดำบนตะแกรงเหล็ก อาทิ คิดต่างไม่ถึงตาย, หยุดสืบทอดอำนาจ, พอกันที คสช. และกลับไปเลี้ยงหลานเถอะ เป็นต้น จากนั้นเวลา 18.40 น.ฝนเกิดตกลงมาอย่างหนัก จึงยุติกิจกรรมลง


สำหรับข้อความในแถลงการณ์ มีดังนี้
แถลงการณ์
เรื่อง ครบรอบ 5 ปี รัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

22 พฤษภาคม 2557 ท่ามกลางสถานการณ์ความวุ่นวายในประเทศจากการชุมนุมขัดขวางการเลือกตั้งและเรียกร้องอำนาจนอกระบบ นายทหารกลุ่มหนึ่งในนามคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้สนองความต้องการของผู้ชุมนุมด้วยการทำรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลเลือกตั้ง โดยอ้างวัตถุประสงค์ต่างๆ นานา ทั้งการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน การปฏิรูปประเทศ การคืนความสุขให้คนในชาติ และจะขอเวลาเพียงไม่นาน

นับแต่นั้นมาประชาชนชาวไทยทั้งประเทศก็ได้สักขีพยานในความประพฤติมิชอบของ คสช. และพวกพ้องนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งการทุจริตคอร์รัปชันที่พวกเขาเคยอ้างว่าจะเข้ามาปราบปรามแต่กลับกระทำเสียเอง การละเมิดสิทธิมนุษยชนและคุกคามผู้เห็นต่างทางการเมืองถึงขั้นมีผู้เสียชีวิต การเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มทุนเพื่อให้เป็นฐานสนับสนุนพวกตน หรือการแต่งตั้งพวกพ้องและญาติมิตรเข้าไปดำรงตำแหน่งในองค์กรของรัฐหรือคณะกรรมการต่างๆ รับรายได้จากภาษีประชาชนรวมทั้งหมดเป็นจำนวนหลักพันล้านบาท

และที่เลวร้ายที่สุด คสช. ได้วางแผนตระเตรียมการเพื่อสืบทอดอำนาจทางการเมืองของพวกตนไปอีกอย่างยาวนาน โดยการร่างรัฐธรรมนูญกำหนดให้องค์กรที่มาจากการแต่งตั้งโดยพวกตน เช่น วุฒิสภา, ศาลรัฐธรรมนูญ, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มีอำนาจครอบงำสภาผู้แทนราษฎรและรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน มียุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศเป็นเสมือนธรรมนูญแอบแฝงให้อำนาจแก่องค์กรแต่งตั้งเหล่านี้เพื่อหนุนเสริมการดำเนินนโยบายของรัฐบาลที่เป็นฝ่ายตน หรือขัดขวางการดำเนินนโยบายหากรัฐบาลมาจากฝ่ายตรงข้าม ออกแบบกติกาการเลือกตั้งที่เอื้อให้สามารถตั้งพรรคการเมืองของพวกตนเข้าแข่งขันโดยได้เปรียบที่สุด โดยละเลยปัญหาการสะท้อนเจตนารมณ์ที่แท้จริงของประชาชนของตัวระบบการเลือกตั้งเอง ตั้งพรรคการเมืองโดยกวาดต้อนนักการเมืองหน้าเดิมที่พวกตนเคยประณามหยามเหยียดเพียงเพราะหวังคะแนนเสียงเป็นสำคัญ ไม่ยอมยกเลิกคำสั่งห้ามพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรม

ในขณะที่พวกตนหาเสียงได้แต่เพียงผู้เดียวภายใต้ข้ออ้างว่าปฏิบัติภารกิจในฐานะรัฐบาล โดยใช้ทั้งเงินภาษีประชาชนและบุคลากรของหน่วยงานราชการเป็นเครื่องมือ สมคบกับคณะกรรมการการเลือกตั้งที่พวกตนแต่งตั้งขึ้นมาเพื่อจัดการเลือกตั้งให้ออกมาในสภาพที่เป็นประโยชน์แก่พวกตน เล่นแร่แปรธาตุกับผลการลงคะแนนเสียงจนทำให้มีพรรคการเมืองที่คะแนนเสียงไม่ถึงคะแนนขั้นต่ำของการได้รับจำนวน ส.ส. พึงมี 1 คน เข้ามาในสภาถึง 11 พรรค สร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นประโยชน์ต่อการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลโดยพรรคการเมืองของ คสช. รวมถึงแต่งตั้งพวกพ้องและญาติมิตรเข้าไปดำรงตำแหน่ง ส.ว. เพื่อให้ช่วยลงมติเลือกหัวหน้า คสช. เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป

สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่ายุคสมัยของ คสช. จะยังไม่จบสิ้นลงง่ายๆ พวกเขาจะยังคงแทรกซึมอยู่ในแทบทุกองค์กรของรัฐ และจะยังมีบทบาทครอบงำการเมืองไทยต่อไปไม่มากก็น้อย แต่สิ่งที่พวกเขาจะไม่มีวันมีคือความชอบธรรมในทางประชาธิปไตย พวกเขาล้มเหลวในการชุบตัวผ่านการเลือกตั้งในครั้งนี้ แม้จะเข้ามาในสภาก็ไม่อาจเรียกตัวเองว่าเป็นผู้แทนราษฎรได้ หรือแม้จะจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จก็จะเป็นรัฐบาลที่ขาดความชอบธรรม สมควรแก่การถูกขับไล่อยู่เสมอ

เราจะเดินหน้าต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. ต่อไป และขอให้ประชาชนชาวไทยทุกคนมาร่วมแรงร่วมใจกัน ถอนรากถอนโคนเผด็จการ คสช. ให้หมดไปจากการเมืองไทยโดยถาวร ให้ 1 ปีนับจากนี้เป็นปีสุดท้ายของพวกเขา และเปลี่ยนวันรำลึกครบรอบรัฐประหารในปีหน้าให้เป็นวันฉลองชัยชนะของประชาชน

22 พฤษภาคม 2562


เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon