‘ธนาธร’ ไม่เห็นด้วยมติศาลรธน. ยันเดินหน้าเป็นนายกฯ ขอทำงานให้ประชาชน ลั่น 79 ส.ส.ไม่หมดหวัง

23.05.19 | 20:10 น.

“ธนาธร” ประกาศ​ ไม่เห็นด้วยมติศาลรธน.​ ขอประชาชน​ร่วมตรวจสอบองค์กรอิสระ ยัน​ เดินหน้าตั้งรัฐบาล-เป็นนายกฯ ส.ส-ปชช.นับร้อยแห่หนุน เชียร์ลั่นสู้ๆ สุดฮึกเหิม


จากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์ 9:0 รับพิจารณาคุณสมบัติ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่(อนค.)​ และมีมติ 8:1 สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ส.ส.จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย ตามที่คณะกรรมการ​การเลือกตั้ง​(กกต.)​ยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติผู้สมัคร​ส.ส.ของนายธนาธร กรณีถือหุ้นสื่อ ตามมาตรา 98 (3) ประกอบมาตรา 101 (6) ของรัฐธรรมนูญ 2560 นั้น

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 23 พฤษภาคม​ ที่พรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวต่อกรณีดังกล่าว​ ว่า ไม่เห็นด้วยกับมติของศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าว ตามข้อกฎหมายที่นายปิยบุตร​ แสง​กนก​กุล​ เลขาธิการ​พรรค​ ​แถลงไปแล้ว และขอตั้งข้อสังเกตถึงการ​ยื่นคำร้องของกกต.ไปยังศาลรัฐธรรมนูญ​ ว่าทำไมยังมีหนังสือเรียกพยานเพิ่ม ลงวันที่ 17 พฤษภาคม​ เพื่อไปให้การเพิ่มเติมในวันที่ 24 พฤษภาคม​ จากคณะกรรมการสืบสวนชุดเล็ก ที่ยังดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริงอยู่ คำถามคือ เหตุใดกกต. 7 ท่านจึงส่งคำร้องให้ศาลพิจารณา โดยไม่รอให้คณะกรรมการชุดเล็กพิจารณาหาความเป็นจริงให้เสร็จก่อน

นายธนาธร กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ กกต.ก็เคยเรียกนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ แม่ของตน​ ไปตอบข้อร้องเรียนนี้ โดยจดหมายมาถึงเมื่อวันที่ 22 เมษายนตอนบ่าย ให้ไปให้ปากคำวันที่ 22 เมษายนตอนเช้า ซึ่งไม่มีใครทำได้ หลังจากนั้นวันที่ 23 เมษายน​ กกต.ก็แจ้งข้อกล่าวหาตนทันที โดยที่ฝ่ายตนผู้ถูกร้องไม่ได้มีโอกาสชี้แจง ความเร่งรีบนี้ยิ่งผิดปกติเมื่อเทียบกับกรณี นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรี​ว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่ใช้เวลา 417 วัน​ นับจากกกต.จนถึงศาลรัฐธรรมนูญ แต่กรณีของตนใช้เวลา 53 วันเท่านั้น ต่างกันเกือบ 1 ปี

Advertisement

นายธนาธร กล่าวว่า ทุกท่านคิดว่าตนได้รับความเป็นธรรมจากกรณีนี้หรือไม่ ได้รับความเป็นธรรมจากองค์กรอิสระหรือไม่ มีความพยายามผลักดันเรื่องนี้เร็วกว่าปกติหรือไม่ ขอให้ประชาชนมาร่วมช่วยกันตรวจสอบองค์กรอิสระ ตอนนี้ ตนและพรรคอนาคตใหม่จะยังยืนยันอย่างแน่วแน่ต่อไปว่า จะรวบรวมเสียงพรรคการเมืองที่ต่อต้านเผด็จการ​ เพื่อผลักดันให้นายธนาธรเป็นนายกฯอย่างไม่หยุดยั้ง นายธนาธรยังเป็นแคนดิเดตนายกฯ​ พร้อมเป็นนายกฯ มีศักดิ์และสิทธิที่จะเป็นนายกฯ

“ผมอยากลองชวนทุกคนให้ยืนเงียบๆนิ่งๆเงี่ยหูฟัง พวกเราได้ยินเสียงคร่ำครวญ เสียงความไม่พอใจของผู้คนข้างนอกหรือไม่ คสช.วันนี้กำลังอยู่ในช่วงขาลง คสช.และเผด็จการคืออาทิตย์ที่กำลังอัสดง ไม่ว่าจะเป็นความพยายามสืบทอดอำนาจด้วยการดึงส.ส.จากพรรคอื่น หรือสกัดผมไม่ให้เข้าสภาก็ดี นี่แสดงถึงความสิ้นหวังของเผด็จการ เป็นการดิ้นรนครั้งสุดท้ายของระบอบเผด็จการ พวกเขาต้องการให้วันนี้เป็นเมื่อวาน เพื่อจะได้เสวยสุขบนความทุกข์ของประชนต่อเนื่องไม่เปลี่ยนแปลง พวกเขาคือความมืด พวกเราคือแสงสว่าง อนาคตใหม่ขออาสาเปิดประตูสู่รุ่งอรุณของวันพรุ่งนี้ นายธนาธรขอเป็นนายกฯ เพื่อหยุดยั้งระบอบคสช. เพื่อหยุดยั้งระบอบเผด็จการ” นายธนาธรกล่าว

นายธนาธรกล่าวว่า​ ทุกคนอาจสิ้นหวัง​ หมดหวังเมื่อได้ยินคำวินิจฉัยของศาล แต่ตนอยากเรียนผู้สนับสนุนอนาคตใหม่ว่า นี่ไม่ใช่เวลาของความสิ้นหวัง นี่คือเวลาเปิดโปงความชั่วร้ายของเผด็จการ จากความอยุติธรรมที่เกิดขึ้น ตนขอชวนพี่น้องลุกขึ้นยืนและต่อสู้ร่วมกัน เพื่อร่วมสร้างสังคมแห่งความเป็นธรรม ตนและส.ส.อีก 79 คนยังไม่หมดหวัง แม้ศาลจะตัดสินให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ แต่ตนยังเป็นส.ส.อยู่ ระหว่างรอการวินิจฉัยของศาล ตนจะทำงานกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง เมื่อไม่ให้ตนเข้าสภา ตนก็จะอยู่กับประชาชน ในฐานะบุคคลที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน 6.3 ล้านเสียงทั่วประเทศ​

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงข่าวของนายธนาธร มีส.ส.พรรคอนาคตใหม่ กว่า 40 คน และประชาชนที่รับทราบข่าว​ มาร่วมรับฟังรวมกว่า 100 คน ปรบมือให้กำลังใจ ชูสามนิ้ว พร้อมตะโกน “ธนาธรสู้ๆ” ดังกึกก้อง นานนับนาที โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างฮึกเหิม แต่ละคนต่างมีสีหน้ายิ้มแย้ม​ พูดคุยกันตามปกติ ไม่มีส.ส.คนใดแสดงท่าทีหวั่นไหวต่อมติศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมา