ปรากฎการณ์การลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ของ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ สะท้อนอะไร
สะท้อนความไม่แน่นอนของ “สถานการณ์”
เด่นชัดอย่างยิ่งว่าเหลือเพียง นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ เท่านั้นที่ยังประกาศยืนยันจะอยู่ขั้วเดียวกับ 6 พรรคซึ่งร่วมลงนาม ในสัตยาบันที่แลงคาสเตอร์
ขณะที่ 5 คนไปผนวกรวมกับ 115 เสียงของพรรคพลังประชา รัฐ
ทั้งๆที่สามารถใช้”พลังดูด” 5 ส.ส.จากพรรคเศรษฐกิจใหม่ไป ผนวกรวมกระทั่ง นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ หัวหน้าพรรคต้องกระ เซอะกระเซิง
แต่สถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลก็ยังไม่แน่นอน
ถามว่าความไม่แน่นอนของสถานการณ์การรวบรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาลอ่านจากปัจจัยอะไร
คำตอบคือ ปัจจัยตำแหน่ง”ประธานสภา”
ทั้งๆที่รู้กันอยู่ว่า นายสุชาติ ตันเจริญ คือตัวเต็ง กระนั้น ก็ยังไม่มีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการจากพรรคพลังประชารัฐ
สถานการณ์และความไม่แน่นอนนี้ดำรงอยู่ภายในพรรคประชาธิปัตย์ด้วย
หากพิจารณาจากตัวบุคคลก็มีสภาวะเลื่อนไหลอยู่ตลอดเวลา เริ่มจากชื่อ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ตามมาด้วยชื่อของ นายชวน หลีกภัย และชื่อของ นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์
แต่แล้วก็มาอยู่ที่ชื่อของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
กระนั้น ไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าพรรคพลังประชารัฐก็อยู่ในสภาพเหมือนกัน นั่นก็คือ มีการพิจารณาแต่ยังไม่สามารถประกาศอย่างเป็นทางการ
เพราะตำแหน่งในสภาสัมพันธ์กับตำแหน่งในรัฐบาล
แม้จะมีคำยืนยันจากแหล่งข่าว “มูลนิธิป่ารอยต่อ” ว่าการจัดตั้งรัฐบาลจบพลันที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกุล ถูกวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่
แต่คำยืนยันนี้ก็ยังไม่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ
ไม่ว่าจะมาจากพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะมาจากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ว่าจะมาจากพรรคภูมิใจไทย
เป็นความไม่แน่นอนกระทั่งวันที่ 25 พฤษภาคม

