‘หมอเหวง’ ชี้ อำนาจเด็ดขาด-ไร้ถ่วงดุลของบิ๊กตู่ ถือว่าทำลาย ปชต.แล้วโดยหลักการ

27.05.16 | 17:02 น.

“หมอเหวง” เห็นต่างกับ “ประยุทธ์” ในส่วนของคำว่า “ประชาธิปไตย” พร้อมถาม เพลงฉ่อยท่อน “ฉันได้เรียนฟรีถึงสิบสี่ปีน่าจะดีไหม” ผิด พ.ร.บ.ประชามติหรือไม่?

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวปาฐกถาหัวข้อ “การขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล” ตอนหนึ่งระบุ “ที่ตนเข้ามาก็เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นและเป็นประชาธิปไตยที่ยั่งยืน ไม่คิดทำลายประชาธิปไตย” ว่า ตนมีความเห็นความเข้าใจไม่ตรงกับพล.อ.ประยุทธ์ เพราะคำว่าประชาธิปไตยนั้น สำหรับตน มาจากคำว่าประชาชน และอธิปไตยคืออำนาจสูงสุดต้องเป็นของประชาชนทั้งหมด ดังนั้น รัฐสภา รัฐบาล องค์กรที่ใช้อำนาจประชาชน ต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน และตรวจสอบได้ด้วยประชาชน ถ้าคณะบุคคลใช้กองทัพยึดอำนาจสูงสุดนั้นจากรัฐบาลที่ประชาชนเลือกตั้งเข้ามาล้มรัฐสภา ฉีกรัฐธรรมนูญ แล้วใช้อำนาจนั้น นั่นเป็นเผด็จการ ไม่ใช่ประชาธิปไตย เพราะประชาชนไม่ได้มอบความไว้วางใจให้มาใช้อำนาจทุกประการแทนประชาชน อีกทั้งรัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตรา 44 ของท่าน กำหนดให้หัวหน้า คสช. (แม้เขียนเพิ่มว่า) โดยความเห็นชอบของ คสช.มีอำนาจเด็ดขาดในการวินิจฉัยตัดสินจัดการเรื่องต่างๆ ที่ครอบคลุมทั้งด้านนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ และให้ถือว่าไม่ผิดกฎหมาย นี่ก็เป็นการทำลายประชาธิปไตย


เพราะหัวหน้า คสช.ไม่ได้รับมอบฉันทานุมัติจากประชาชนทั้งประเทศ และไม่สามารถตรวจสอบได้ด้วยประชาชนไม่ว่ากรณีใดๆ คำสั่งที่ 3/2558 ที่ 19/2559 ให้อำนาจทหารสามเหล่าทัพตั้งแต่ยศร้อยตรีขึ้นไปเป็นเจ้าพนักงานตามกฏหมายสามารถจับกุม เข้าค้นยึดโดยไม่ต้องผ่านดุลพินิจวิจารณญาณของศาลสถิตยุติธรรม ไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม นี่ก็ไม่ใช่การใช้อำนาจแบบประชาธิปไตย แต่เป็นการใช้อำนาจแบบเผด็จการ จนล่าสุดที่ทำให้ประชาคมโลกวิจารณ์

นพ.เหวงกล่าวอีกว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังไปสู่ประชามติในบทเฉพาะกาล กำหนดให้ ส.ว.250 คนมาจากการแต่งตั้งหรือสรรหาของ คสช. ดำรงตำแหน่ง 5 ปี คือสองสมัยเลือกตั้ง นี่คือการสืบทอดอำนาจของ คสช.ทางอุดมการณ์ ซึ่งการสืบทอดทางอุดมการณ์ส่งผลที่ถาวรกว่า มิดชิดกว่าการสืบทอดอำนาจโดยบุคคลเสียด้วยซ้ำไป ยาวนานถึงสองสมัยการเลือกตั้ง นอกจากนี้ ในบางมาตรากำหนดให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งยังอาจจะถูกลงโทษหรืออาจจะถูกปลดได้โดยองค์กรที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง นี่ก็ยืนยันว่าอำนาจสูงสุดของประเทศไม่ได้เป็นของประชาชน ความเห็นความเข้าใจส่วนตัวของตนจึงแตกต่างตรงข้ามจาก พล.อ.ประยุทธ์อย่างสิ้นเชิง

นพ.เหวงกล่าวว่า นอกจากนี้ ตนขอชี้แจงที่ทั้งโฆษก กรธ.และนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.ที่กล่าวพาดพิงถึงตนว่า รัฐธรรมนูญในหมวดห้า หน้าที่ของรัฐ มาตรา 54 เขียนบังคับไว้ “รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปีตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย…” แปลว่ามากหรือน้อยกว่านี้ไม่ได้ หากจะเปลี่ยนแปลงไปจากนี้ทำได้ แต่ต้องไปแก้ไขกันเอาเองในอนาคตตามหมวดที่ 15 มาตรา 255-256 ไม่เช่นนั้น ถ้าตีความรัฐธรรมนูญตามอำเภอใจได้ ก็จะไปตีความมาตราอื่นๆ ตามอำเภอใจได้เช่นเดียวกัน ตนว่ามันจะโกลาหลไปใหญ่ นอกจากนี้ มาตรา 61 พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 เขียนไว้ว่า “ผู้ใดกระทำการดังต่อไปนี้… ดำเนินการแพร่ข้อความ ภาพ เสียง ในสื่อหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือในช่องอื่นใดที่ผิดไปจากข้อเท็จจริง โดยมุ่งหวังเพื่อให้ผู้มีสิทธิออกเสียงออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปีและปรับไม่เกินสองแสนบาท ทั้งนี้ ศาลอาจสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดไม่เกินห้าปีด้วยก็ได้…ดังนั้น ที่ร้องในเพลงฉ่อยนาทีที่ 1.30 “นี่ฉันได้เรียนฟรีถึงสิบสี่ปี น่าจะดีไหม” เป็นการโน้มน้าวจูงใจเพื่อให้ผู้ได้รับชมรับฟังคล้อยตามหรือไม่ และเป็นการมุ่งหวังที่จะให้ออกเสียงไปทางใดทางหนึ่งหรือไม่

Advertisement

“ผมยังยืนยันที่ได้แสดงข้อสังเกตไว้ครับว่า ข้อความ ‘นี่ฉันได้เรียนฟรีถึงสิบสี่ปีน่าจะดีไหม’ เป็นข้อความที่ไม่ได้เป็นไปตามร่างรัฐธรรมนูญ สงสัยว่าน่าจะเข้าข่ายมาตรา 61 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 เป็นสิ่งที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ.ลงประชามติดังกล่าว ผมจึงเขียนว่าความเห็นส่วนตัวของผม กล่าวหาเท็จตรงไหนครับ” นพ.เหวงกล่าว