“อลงกรณ์” โพสต์เดือดโต้ “สุดารัตน์” ยัน “ประชาธิปัตย์” ยึดมั่นจุดยืน “ประชาธิปไตย”

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เขียนเฟสบุ๊ควันนี้ (26พ.ค.)ว่า ภายหลังที่สภาผู้แทนราษฎรเลือกคุณชวน หลีกภัย ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกรัฐมนตรีอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรโดยชนะคุณสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้สมัครสังกัดพรรคเพื่อไทย เมื่อค่ำวันที่25พ.ค.ที่ผ่านมา โดย คุณหญิงสุดารัตน์ได้เขียนข้อความในเฟสบุ๊คถึงพรรคเก่าแก่แม้ไม่เอ่ยชื่อก็ทราบกันดีว่าหมายถึงพรรคประชาธิปัตย์ว่า

“วันนี้พรรคเก่าแก่ที่เคยเป็น #ประชาธิปไตยได้กลายพันธุ์ ไปผสมกับเผด็จการเรียบร้อยแล้ว อำนาจมันหอมหวน จนทำให้บางพรรคยอม #ตระบัดสัตย์ ที่ให้ไว้ต่อประชาชน แต่ประชาชนจำแม่นนะคะ ส่วนพวกเราจะไม่ #ทรยศประชาชน อย่างเด็ดขาดค่ะ”

พร้อมด้วยการแชร์ภาพวาดการจูบปากระหว่างอดีตหัวหน้าพรรคอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานั้น

ในฐานะที่รู้จักคุณหญิงมานานในฐานะเพื่อนนักการเมืองกว่า 20 ปี ผมคิดว่าคุณหญิงกล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อย่างไม่เป็นธรรมด้วยถ้อยคำและภาพที่ไม่เหมาะสมไม่สุภาพและขาดสปิริต

คุณหญิงควรแสดงความยินดีกับคุณชวน หลีกภัยที่ชนะการโหวตในสภาผู้แทนราษฏรและเคารพดุลยพินิจและการใช้สิทธิเลือกประมุขฝ่ายนิติบัญญัติของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากกว่าการกล่าวหาใส่ร้ายแบบการเมืองเก่าๆ

ผมคิดว่าคุณหญิงไม่ได้แสดงออกซึ่งความมีสปิริตและวุฒิภาวะที่ถูกที่ควรในฐานะคู่แข่งขันและหากพิจารณาจากคุณสมบัติและเกียรติประวัติของคุณชวน หลีกภัยที่ได้รับเลือกเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรและเป็นประธานรัฐสภาย่อมเป็นผู้ที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อระบบรัฐสภาและภาพลักษณ์ของประเทศซึ่งก็คือประเทศของเรามิใช่หรือ

นอกจากนั้นคุณหญิงควรเคารพและให้เกียรติการตัดสินใจของพรรคการเมืองทุกพรรคแม้จะมีจุดยืนและความคิดไม่เหมือนกันเพราะนักประชาธิปไตยต้องเคารพความแตกต่างทางอุดมการณ์และความเห็นของผู้อื่น มิฉะนั้นจะเป็นนักประชาธิปไตยที่ดีได้อย่างไร

ส่วนข้อกล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์นั้น ผมยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังยึดมั่นจุดยืนประชาธิปไตยโดยคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นหลักมากกว่าประโยชน์ของตนเองและพร้อมจะเป็นรัฐบาลและฝ่ายค้านไม่ใช่การหลงในอำนาจและผลประโยชน์ดังที่คุณหญิงกล่าวหาซึ่งพิสูจน์มาแล้วตลอด73ปีที่ผ่านมาและไม่เคยทรยศประชาชนมิฉะนั้นคงไม่เป็นพรรคการเมืองที่เก่าแก่ที่สุดและเป็นสถาบันทางการเมืองมากที่สุดพรรคหนึ่ง

ซึ่งก็หวังอย่างจริงใจว่าพรรคของคุณหญิงจะเร่งสร้างความเป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างแท้จริงเช่นแนวทางการพัฒนาของพรรคประชาธิปัตย์ที่กล่าวได้ว่าไม่มีใครเป็นเจ้าของพรรคนอกจากสมาชิกพรรคเท่านั้นและเราพยายามที่จะแก้ไขข้อผิดพลาดปรับปรุงฟื้นฟูปฏิรูปพรรคให้กลับมาเป็นพรรคทางเลือกหลักของประชาชนอีกครั้งหนึ่ง

ในเรื่องการร่วมรัฐบาลกับพรรคใดเป็นสิทธิของแต่ละพรรค พรรคของคุณหญิงได้รับเลือกมีส.ส.มากที่สุดก็มีสิทธิอันชอบธรรมที่จะจัดตั้งรัฐบาลซึ่งก็ได้พยายามเชิญชวนพรรคการเมืองอื่นๆให้สนับสนุนพรรคของคุณหญิงเช่นเดียวกับพรรคพลังประชารัฐที่อ้างความชอบธรรมจากการที่ได้เสียงสนับสนุนของผู้เลือกตั้งมากที่สุดก็ดำเนินการรวมเสียงข้างมากดังที่ปรากฎให้เห็น แต่จะมีพรรคใดสนับสนุนให้ได้เสียงเกินครึ่งเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากก็ขึ้นกับการตัดสินใจของพรรคการเมืองต่างๆว่าจะไปร่วมด้วยหรือไม่ สำหรับพรรคประชาธิปัตย์คำนึงถึงนโยบายของพรรคและประโยชน์ของประเทศประกอบการพิจารณาของที่ประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการบริหารกับส.ส.ในการตัดสินใจร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลในเร็วๆนี้

ดังนั้นการกล่าวโทษกล่าวหาพรรคที่ไม่เลือกฝ่ายตน คงไม่สมควรอย่างยิ่ง เราต้องให้เกียรติกันและกันครับ

ประเทศของเราบอบช้ำมานานมากแล้ว วันนี้ประเทศต้องเดินไปข้างหน้าด้วยระบอบประชาธิปไตย เราต้องก้าวข้ามความแตกแยกแบ่งฝ่ายช่วยกันดูแลประชาชนของเราร่วมกันสร้างระบบการเมืองที่สุจริตเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ

ต่างคนต่างทำหน้าที่ให้ดีที่สุดครับ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้พระราชดำรัส รัชกาลที่ 10 ‘ได้ป๋ามาเป็นประธาน ก็อุ่นใจแล้ว’ พล.อ.เปรม หน้าที่สำคัญถวายงานครั้งสุดท้าย
บทความถัดไปหลักธรรมาภิบาลกับการแก้ปัญหา ความขัดแย้งทางการเมืองของไทย (Good governance) : โดย ณรงค์ ขุ้มทอง