พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสเปิดประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 24 พ.ค. ว่าบัดนี้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสร็จสิ้นลง และมีการเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ.2562 แล้ว ข้าพเจ้าขอเปิดประชุมรัฐสภา เพื่อให้ทำหน้าที่นิติบัญญัติตั้งแต่วาระนี้เป็นต้นไป ขอให้สมาชิกแห่งสภา พึงนึกถึงความสำคัญและความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจัง เพราะการกระทำทุกอย่างของแต่ละคนจะมีผลโดยตรงถึงความมั่นคงของประเทศ และความสุขทุกข์ของประชาชน
อีกตอน ทรงมีพระราชดำรัสว่า จึงจำเป็นที่ทุกคนต้องร่วมมือกันปฏิบัติภารกิจทั้งปวงโดยเต็มสติปัญญาและความสามารถ ด้วยสุจริตและด้วยความคิดพิจารณาด้วยความสุขุมรอบคอบ หนักแน่นด้วยเหตุผลที่ถูกต้อง เที่ยงตรง ตามหลักนิติธรรมและคุณธรรม ให้งานของชาติดำเนินก้าวหน้าไปโดยไม่ติดขัดและบังเกิดประโยชน์อันพึงประสงค์สมบูรณ์บริบูรณ์ขออำนวยพรให้การดำเนินงานของรัฐสภาเป็นไปโดยเรียบร้อยและสัมฤทธิผล เป็นความผาสุกสวัสดิ์และความวัฒนาถาวรแก่อาณาประชาราษฎร์และชาติบ้านเมือง ทั้งขอให้ทุกคนที่ร่วมประชุมอยู่ ณ ที่นี้ ประสบความสุขความเจริญทุกเมื่อทั่วหน้ากัน
ถือเป็นการเสด็จพระราชดำเนินและพระราชดำรัสต่อสมาชิกรัฐสภาครั้งแรกในรัชสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ได้แก่ เนื้อหาในพระราชดำรัส ที่ทรงเน้นย้ำถึงการทำงานเพื่อประชาชนและชาติบ้านเมือง ด้วยความสุจริต สุขุมรอบคอบ หนักแน่นด้วยเหตุผลที่ถูกต้อง เที่ยงตรงด้วยหลักนิติธรรมและคุณธรรม อันเป็นหลักการทำงานที่สำคัญ ที่สมาชิกรัฐสภาทุกคน และผู้เกี่ยวข้องกับกิจการบ้านเมืองทุกคน สมควรน้อมรับไปปฏิบัติให้เกิดผล
ระบอบรัฐสภาที่ประกอบด้วย 2 สภา คือสภาผู้แทนราษฎรมาจากเลือกตั้ง ได้ขาดหายไป 5 ปี ส่วนสมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว. 250 คน แม้ไม่ได้มาจากเลือกตั้ง แต่มีสถานะเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย มีความต่อเนื่องกับสภานิติบัญญัติ หรือ สนช. เมื่อกลับมาอีกครั้ง แม้มีที่มาต่างกัน แต่ทั้งสองสภามีภาระร่วมกัน คือการทำงานเพื่อประชาชน และประเทศชาติ ด้วยการปฏิบัติตามหลักการอย่างแน่วแน่และหนักแน่นมั่นคง ซึ่งหากทั้ง 2 สภาดำเนินการในแนวทางตามพระราชดำรัส ผลประโยชน์ย่อมตกแก่ประชาชนและประเทศชาติแน่นอน

