เดินหน้าชน : เกมชิงปธ.สภา : ศุกร์มังกร

28.05.19 | 13:00 น.

การประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 นัดแรก ที่บริษัททีโอที ที่มี ชัย ชิดชอบ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ในฐานะอาวุโสสูงสุดทำหน้าที่ประธานชั่วคราว เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา

โดยมี 2 แคนดิเดต ระหว่าง ชวน หลีกภัย จากพรรคประชาธิปัตย์ และ สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ จากเพื่อไทย

ผลโหวตลับ “ชวน” ได้ 258 เสียง

ขณะที่ “สมพงษ์” ได้ 235 เสียง

เป็นอันว่า “ชวน” คว้าตำแหน่งประธานสภาไปครอง

Advertisement

ทั้งๆ ที่ ปชป.มี ส.ส.ในมือเพียง 52 เสียงเท่านั้น

เกิดอะไรขึ้นกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)?

ทำไมปล่อยตำแหน่งสำคัญไปอยู่ในมือ ปชป.เพราะอะไร?

โดยก่อนเลือกประธานสภาเพียง 1 วัน พปชร.เองเพิ่งมีมติช่วงเย็นจะส่ง สุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา ขึ้นชิงชัย

ครั้นตกดึก ปชป.เองก็มีมติพรรคเช่นกันที่จะส่ง “ชวน” เข้าประกวด

จนเกิดกระแสข่าว พปชร.วิ่งพล่านทั้งคืน

กระทั่งรุ่งเช้าที่มีวาระประชุมเลือกประธานสภา นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรค พปชร.ยื่นญัตติขอเลื่อนออกไปก่อน

ขณะที่ฟากเพื่อไทยเองเสนอญัตติเดินหน้าเลือกต่อไป

นำไปสู่การอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง

โดย ปชป.และภูมิใจไทยนิ่งเงียบสงวนท่าที

ก่อนเที่ยงเล็กน้อย “ปู่ชัย” ต้องสั่งเบรกพักรับประทานอาหารช่วงบ่ายค่อยว่ากันต่อ

เมื่อถึงเวลานัดหมายประชุม ฝั่งเพื่อไทย-พันธมิตรต่างพร้อมในห้องประชุมรวมทั้งพรรคต่างๆ ด้วย

เว้นเพียง พปชร.เท่านั้นที่ยังถกกันเคร่งเครียดอยู่ในห้องข้างๆ

บ้างก็ว่าเจอความ “เก๋าเกม” ของ ปชป.ทำให้การเดินเกมสะดุด?

ท้ายที่สุด พปชร.ก็เดินเข้าห้องประชุมหลังช้าไปเกือบชั่วโมง พร้อมยืนยันไม่ถอนญัตติขอเลื่อนการเลือกประธานสภา

ฟากที่ชงเดินหน้ายืนยันตามวาระประชุมเช่นกัน

ส่งผลให้ “ปู่ชัย” สั่งขานชื่อบรรดาสมาชิกในที่ประชุมโดยเรียกเรียงไปตามตัวอักษรพร้อมทั้งให้ตอบรับ “เห็นด้วย” และ “ไม่เห็นด้วย” กับญัตติดังกล่าวแบบเปิดเผย

ผลโหวตเป็นไปตามขั้วการเมืองชัดเจน

แต่ช่วงโค้งสุดท้ายถึง “5 อ” จาก พปชร.กลับขาน “ไม่เห็นด้วย”

สร้างความฮือฮา-งุนงงไปทั้งห้องประชุม

แม้ตอนหลังจะพยายามขอแก้ไขผลโหวตตอนแรกแล้วก็ตาม

แต่ที่ประชุมได้มีการอภิปราย “สอนมวย” กันพอหอมปากหอมคอ

สุดท้ายไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผลโหวตได้

ส่งผลให้การนับคะแนนซีกเดินหน้าเลือกประธานสภาเฉือนชนะไปด้วยคะแนน 248 ต่อ 246

เป็นอันว่าญัตตินี้จะต้องเดินหน้าเลือกประธานสภากันต่อไปโดยใช้วิธีโหวต “ลับ”

ผลลงเอยคือ “ชวน” ชนะ “สมพงษ์” โดยใช้เวลาประชุมนานนับ 10 ชั่วโมง

พร้อมกระแสข่าวมี “คุณโส” อยู่ 6-7 รายที่โหวตสวนมติพรรค!

นี่เป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ในการเลือกประธานสภา

นอกเหนือจากเกม เล่ห์เหลี่ยม ชิงไหวชิงพริบทางการเมือง สร้างความวุ่นวาย สับสน อลหม่าน ที่สะท้อนภาพอะไรบางอย่างออกมาให้เห็นกัน

หนึ่ง ความชัดเจนของขั้วการเมืองที่จะเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล
กับจำนวน ส.ส.ที่สูสี คู่คี่ ที่จะส่งผลให้การปฏิบัติงานของสภาอาจเดินหน้าไปด้วยความทุลักทุเล

หนึ่ง ผู้จัดการเจรจาของ พปชร.ที่ใช้เวลาเนิ่นนานกว่า 2 เดือน ยังประสานผลประโยชน์กับพรรคร่วมต่างๆ ไม่ลงตัว

นั่นแสดงให้เห็นถึง “ศักยภาพ” และ “บารมี” ไม่เพียงพอหรือไม่?

หนึ่ง ขุนพล พปชร.ทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่ ยังไม่ค่อยประสีประสา หรืออาจ “หน่อมแน้ม” ทางการเมืองไปหรือไม่

แค่ “ข้อบังคับ-ข้อปฏิบัติ” ขอเลื่อนประชุมยังติดกึกติดกัก

อย่าลืมว่านี่เป็นแค่มวย “ยกแรก” เท่านั้น!

หาก “บิ๊กตู่” นั่งนายกฯอีกรอบเชื่อแน่ว่า “สงครามการเมือง” จะดุเด็ดเผ็ดร้อนยิ่งกว่านี้หลายเท่าตัว

สิ่งที่จะต้องเผชิญแน่นอนคือฝ่ายค้านขอยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ “นายกฯ” สิ่งไม่ถูกต้อง ความล้มเหลว ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ การใช้อำนาจขาดหลักนิติธรรม การผลักดันเสนอให้แก้รัฐธรรมนูญ การตั้งกระทู้ถาม การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ต่างๆ เป็นต้น

ยิ่งเจอบรรดา “ขุนพล” ที่อภิปรายไม่เป็น แก้ต่างให้ไม่ได้ เท่ากับว่าไม่ได้ช่วยอะไรแถมยังซ้ำเติมรัฐบาลให้ทรุดหนักลงไปอีก

เมื่อนั้นก็นับเวลาถอยหลังกลับบ้านเถอะลุง!?!

ศุกร์มังกร