เงี่ยง และ แง่ง ร่วมรัฐบาลบนบ่าของ ‘พลังประชารัฐ’
มีความจำเป็นต้องศึกษาท่าที พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา อย่างแยกจำแนก ก็จะมองเห็นเงื่อนปมบาง เงื่อนปมทางการเมือง
ท่าทีของพรรคภูมิใจหากอ่านจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล สะท้อนความชื่นมื่น
เพียงแจ้งต่อกรรมการบริหารพรรคก็เรียบร้อย
นั่นเพราะว่าพรรคภูมิใจไทยได้ กระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตามเป้าหมายครบถ้วน
ปัญหาเริ่มปรากฏที่พรรคประชาธิปัตย์และรวมถึงพรรคชาติไทยพัฒนา
นั่นก็เพราะยังไม่สามารถ “ตกลง” ได้ตามที่ต้องการ
บางคนอาจคิดว่าท่าทีของพรรคชาติไทยพัฒนามาจากน้อยใจที่ พรรคพลังประชารัฐเห็นความสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทยมากกว่า
อย่าลืมความจัดเจนระดับ นายประภัตร โพธิสุธน ผนวกเข้ากับระดับ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา
แม้จะมีเพียง 10 ส.ส. แต่ถ้าใครเห็นบรรยากาศและตัวเลขที่ เหวี่ยงไปเหวี่ยงมาไม่ว่าต่อการเลือกประธาน ไม่ว่าต่อการเลือกรองประธานก็รู้ว่าเพียง 10 ส.ส.ก็ทรงความหมาย
ยิ่งพรรคประชาธิปัตย์ ยิ่งมากด้วยความเขี้ยว ความคม
หากดูสีหน้าของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน หากดูสีหน้าของ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ก็พอจะมองออกว่าเงี่ยงและแง่งของปัญหาอยู่ตรงไหน
1 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ 1 กระทรวงพาณิชย์
คำถามอยู่ที่ว่าพรรคพลังประชารัฐจะสามารถรักษา 2 กระทรวงนี้ไว้ได้หรือไม่
ประเมินผ่านแต่ละถ้อยคำโดยเฉพาะของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันแจ่มชัดว่า การตกลงต้องเรียบร้อยก่อนมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี
ความหมายก็คือ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรค ชาติไทยพัฒนา ต้องได้
เป็นการได้โดยมีการยืนยันจากปาก”พลังประชารัฐ”
หากพรรคพลังประชารัฐไม่สร้างความแจ่มชัดท่าที พรรคประ ชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา ก็ไม่ชัด

