หน้าแรก การเมือง ปชป.เลื่อนถก ...

ปชป.เลื่อนถก ‘ร่วม-ไม่ร่วม’ รัฐบาล หลังพปชร.ไม่ส่งคำตอบ ‘เงื่อนไข’ ที่ยื่นไป

28.05.19 | 19:19 น.

เมื่อเวลา17.00 น. วันที่ 28 พฤษภาคม ที่พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นเวลานัดหมายประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) แต่ปรากฏว่าทาง กก.บห.และแกนนำพรรคได้ติดตามการให้สัมภาษณ์ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยเฉพาะในประเด็นที่พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศว่าเงื่อนไขการขอแก้รัฐธรรมนูญของพรรคประชาธิปัตย์ในการร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ ไม่ใช่เงื่อนไขกับการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี รวมถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ย้ำว่าจะขอเป็นคนตรวจรายชื่อครม.ที่จะร่วมรัฐบาลในอนาคตด้วยตนเอง จึงทำให้คณะผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์วิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว จนเป็นเหตุให้การประชุมล่าช้ากว่า 1 ชั่วโมง จนเริ่มประชุมได้เมื่อเวลา 18.10 น.โดย น.ต.สุธรรม ระหงษ์ ผู้อำนวยการพรรค ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า “กลับบ้านไปก่อนเลยครับ เพราะทางพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แจ้งว่ายังไม่เรียบร้อย จึงขอเลื่อนประชุมออกไปอย่างไม่มีกำหนด และหากจะมีการประชุมเมื่อไหร่จะแจ้งให้ทราบ จากนั้นนายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา กล่าวว่า แม้ พปชร.จะจัดการปัยหาตัวเองไม่เรียบร้อย พรรคของเราก็น่าจะหารือเรื่องของเราเองได้ แต่ปรากฏว่าข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้รับการตอบรับ ขณะที่กก.บห.แต่ละคนก็ทยอยเดินทางออกจากพรรค


 

Advertisement

 

ขณะที่กลุ่มกก.บห.พรรคที่รู้สาเหตุถึงการผิดเงื่อนไขต่างตั้งวงจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ โดยกก.บห.และส.ส.หลายคนต่างเห็นพ้องว่า หากพรรคพลังประชารัฐไม่มีเอกภาพและไม่รักษาคำพูด บิดพริ้วข้อตกลงโดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นประเด็นหลักและเป็นมติของพรรคประชาธิปัตย์ก็คงจะร่วมงานกันไม่ได้ เช่นเดียวกับการเสียมารยาททางการเมืองของพล.อ.ประยุทธ์ที่ถือวิสาสะทุบโต๊ะจะขอตรวจรายชื่อของพรรคการเมืองต่างๆ ทั้งที่ไม่ได้ผ่านการเลือกตั้งจากประชาชน แต่มาจากการยึดอำนาจ และทำทุกวิถีทางเพื่อสืบสานอำนาจ หากเป็นเช่นนี้ส.ส.ส่วนใหญ่ที่คิดว่าจะโหวตร่วมรัฐบาลก็จะทบทวนท่าทีที่จะร่วมรัฐบาลต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรค ปชป. ว่าจากเดิมที่พรรค ปชป.ได้นัดประชุมร่วมระหว่าง กก.บห. และ ส.ส. ในเวลา 17.30 น. แต่เวลาได้ล่วงเลยไปจนถึงเวลา 18.10 น. ก็ยังไม่มีการประชุมร่วมระหว่าง กก.บห.และ ส.ส. กระทั่ง น.ต.สุธรรม ระหงษ์ ผู้อำนวยการพรรค ปชป. ได้มาแจ้งกับผู้สื่อข่าวว่า ในวันนี้จะไม่มีการประชุมร่วมระหว่าง กก.บห.และ ส.ส.ของพรรค ปชป. โดยจะเลื่อนการประชุมไปอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากพรรค พปชร.ยังมีปัญหาอยู่ คาดว่าน่าจะเป็นประเด็นเกี่ยวกับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ที่กลุ่มสามมิตรยังคงต้องการในตำแหน่งนี้อยู่

 

ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นปัญหาภายในของพรรคพลังประชารัฐ ไม่เกี่ยวกับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะพรรคพลังประชารัฐไม่มีความชัดเจนในตัวเอง ไม่สามารถตกลงกันได้ จึงไม่สามารถให้คำตอบกับเงื่อนไขที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอได้ แต่ที่ตนไม่สบายใจที่สุดคือท่าทีของพล.อ.ประยุทธ์ ที่ระบุว่า จะมีส่วนร่วมในการคัดตัวรัฐมนตรีจากพรรคต่าง ๆ ซึ่งตนคิดว่าเป็นก้าวก่าย ครอบงำ ชี้นำพรรคร่วมรัฐบาล จึงไม่เห็นด้วยกับท่าทีแบบนี้ รวมถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศว่า เงื่อนไขการแก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่เงื่อนไขการร่วมรัฐบาล

“จากที่เรามีมติให้เลขาธิการพรรคไปประสานงานพูดคุยกับแกนนำพรรคพลังประชารัฐว่า หากจะให้พรรคประชาธิปัตย์ร่วมรัฐบาลต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย แต่เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย จะให้พวกผมเข้าใจว่าอย่างไร แสดงว่าเขากำลังปฏิเสธข้อเสนอของพรรคประชาธิปัตย์ทั้งหมดใช่หรือไม่ จึงอยากให้ประชาชนจับตามองว่าเกมต่อไปของการจัดตั้งรัฐบาลขั้วพลังประชารัฐจะเป็นอย่างไรต่อไป ความผิดทั้งหมดไม่ใช่ของประชาธิปัตย์ แต่เป็นของแกนนำตั้งรัฐบาลที่มีปัญหาภายในพรรคตัวเอง”นายเทพไทกล่าว

ต่อมาเวลา 18.30 น.นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า จากที่หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคมีคำสั่งให้การนัดประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.) แลประชุมร่วม ส.ส. นั้น ขอเลื่อนออกไป เนื่องจากเมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่ พรรคพปชร.ขอเชิญ ปชป. ร่วมทำงานและมีการคุยหลักการทำงานร่วมกันไว้หลายประเด็น คือ การแก้รัฐธรรมนูญ และการนำนโยบายพรรคที่หาเสียงไว้มาปฏิบัติ ซึ่งพรรคมีแนวทางในการขับเคลื่อนไปสู่ภาคปฏิบัติ และพปชร. จะให้ข้อมูลกลับมาภายใน 17.00 น. วันนี้(28 พ.ค.) แต่ พปชร. ยังไม่ได้ให้คำตอบมาภายในเวลาที่กำหนดว่าจะขับเคลื่อนไปได้อย่างไร เราจึงต้องเลื่อนการประชุมออกไป

 

 

 

 

 

 

 

 

นายราเมศ กล่าวต่อว่า การพูดคุยไม่ได้มีการพูดถึงโควต้ารัฐมนตรีของกระทรวงต่างๆ โดยเฉพาะ กระทรวงเกษตร ที่ตกลงกันไม่ลงตัว และหากจะเลือกนายกรัฐมนตรีล่าช้าก็คงต้องเป็นไปตามขั้นตอนตามปกติของรัฐธรรมนูญ เพราะปัญหาไม่ได้เกิดจาก ปชป. ทั้งนี้พรรคได้แจ้งรายละเอียดไว้ทั้งหมดแล้ว แต่ถ้าไม่มีการแจ้งกลับมาก็ต้องเป็นไปตามขั้นตอน แต่ถ้า พปชร.ติดต่อกลับมาก็ค่อยว่ากันอีกครั้งพรุ่งนี้ (29 พ.ค.)ซึ่งพรรคได้แจ้งให้ กก.บห. และ ส.ส.ทุกคนเตรียมความพร้อมรอกอยู่กทม. หากมีการเรียกประชุม ส่วนเรื่องอื่นๆ ควรให้พรรคพลังประชารัฐเป็นฝ่ายพูด รวมทั้งเสถียรภาพในการตั้งรัฐบาลด้วย

เมื่อถามว่า หาก พปชร. ยังไม่มีการติดต่อกลับมาก่อนการเลือกนายกรัฐมนตรี ปชป.พร้อมเป็นฝ่ายค้านอิสระหรือไม่ และพรรคไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้เองโดยไม่รอพรรค พปชร. หรือไม่ นายราเมศ กล่าวว่า กระบวนการตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดเจน และพรรคได้เริ่มต้นนับหนึ่งตั้งแต่ทำหน้าที่ในกระบวนการนิติบัญญัติแล้ว

เมื่อถามว่าปชป.จะเปลี่ยนใจไปจับมือกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายราเมศ กล่าวว่า ยังไกลเกินไป อย่างไรก็ตามขอย้ำว่า ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลก็เป็นหน้าที่ที่ประชาชนมอบหมายมา และทำประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนได้