ปัจจัยอะไรทำให้การประชุมร่วมกรรมการบริหารพรรคกับส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์จึงต้องล่มและประกาศเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด
คำตอบ 1 เพราะไม่ได้รับคำตอบในเรื่องหลักการที่หารือกัน เมื่อวันที่ 27 ภายในเวลา 17.00 ของวันที่ 28 พฤษภาคม
คำตอบ 1 เพราะไม่พอใจในคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อเวลา 09.00 น.ของวันที่ 28 พฤษภาคม ที่ว่า “คนที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีก็จะต้องดูรายชื่อของแต่ละพรรคที่เสนอมา จากนั้นจึงพูดคุยกันว่าเห็นชอบด้วยกันหรือไม่
“ถ้ามีพรรคใดพรรคหนี่งไม่เห็นด้วยแล้วจะไปกันได้อย่างไร”
เท่ากับเป็นการชี้ให้เห็นว่าเหตุใดพรรคพลังประชารัฐจึงยังไม่ได้ให้คำตอบแก่พรรคประชาธิปัตย์
ท่าทีและท่วงทำนองอันมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ล่าสุด แม้จะได้รับคำอธิบายจากแกนนำพรรคพลังประชารัฐด้วยความมั่นใจเป็นอย่างสูงว่า
“ในที่สุดเชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์จะมีคำตอบ และเข้าใจในการทำงานในรูปแบบที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้นำ ซึ่งเป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่แตกต่างไม่เหมือนที่ผ่านมา”
แต่หากประเมินจากท่าทีล่าสุดของพรรคประชาธิปัตย์ก็จะต้องยอมรับในเหตุผลที่พรรคประชาธิปัตย์จำเป็นต้องแสดงออกเช่นนั้น
เพราะเท่ากับการหารือทุกอย่างระหว่างแกนนำพรรคประชาธิปัตย์กับแกนนำพรรคพลังประชารัฐไม่มีความหมายอะไรเลย
เนื่องจากในที่สุดต้องขึ้นอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ทุกอย่างจึงเหมือนกับบทสรุปของแกนนำล่าสุดของพรรคพลังประชารัฐ นั่นก็คือ พรรคประชาธิปัตย์ต้องเข้าใจและยอมรับ ในการเป็นผู้นำในแบบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นี่คือโจทย์ที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับพรรคประชาธิปัตย์
ความน่าสนใจอยู่ที่พรรคพลังประชารัฐได้ส่งคำเตือนอันเหมือนกับคำขู่ไปยังพรรคประชาธิปัตย์อย่างฉับพลันทันใด
1 พร้อมจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยร่วมกับ 250 ส.ว.
ขณะเดียวกัน 1 หากไม่สามารถบริหารราชการแผ่นดินไปได้ก็พร้อมที่จะยุบสภา
นี่มิได้เป็นการเตือนเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์อย่างแน่อน

