09.00 INDEX กระบวน “ท่ายาก” ประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐ ถูกรุกป่วน รวนเร

31.05.19 | 09:11 น.

ท่วงท่าอาการของการดีลกับพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าพรรคชาติไทยพัฒนา ไม่ว่า พรรคชาติพัฒนา มีความแตกต่าง


เป็นความแตกต่างทั้งจากรากฐานของพรรค และรากฐานของบุคลากร

ถามว่าทำไมพรรคชาติพัฒนาจึงเงียบแม้ว่าจะมี นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อยู่ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรค คำตอบไม่สลับซับซ้อน เพราะว่าได้มาแค่ 3 จึงยากเป็นอย่างยิ่งที่จะต่อรอง

เช่นเดียวกับพรรคชาติไทยพัฒนาแม้จะมีทั้ง นายประภัตร โพธิสุธน และ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา แต่เมื่อในมือมีอยู่เพียง 10 ที่แผลงฤทธิ์ได้ขนาดนี้ก็ถือว่าเก่งอย่างยิ่ง

ตรงกันข้ามกับ 53 ประชาธิปัตย์ 52 ภูมิใจไทย

Advertisement

กระนั้นที่สำคัญเป็นอย่างมากสำหรับพรรคประชาธิปัตย์ที่แต่ละจังหวะก้าวของการเคลื่อนไหวสามารถส่งผลสะเทือนเข้าไปภาย ในพรรคพลังประชารัฐได้อย่างลึกซึ้ง

เพราะไม่เพียงแต่มี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ ซึ่งมากด้วยความจัดเจน

หากแต่ยังมี นายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ หรือแม้กระทั่งอดีตหัวหน้าพรรคอย่าง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งมากด้วยอารมณ์ขัน

การที่พรรคประชาธิปัตย์เล่นไพ่ นายชวน หลีกภัย ประกบกับ นายสุชาติ ตันเจริญ ถือได้ว่าปล่อยแสงเฮ้ากวงเต็มพิกัด

การที่พรรคประชาธิปัตย์เล่นไพ่ขอกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประสานเข้ากับกระทรวงพาณิชย์ พร้อมกับพ่วงข้อเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าไปด้วย

แม้จะถือได้ว่าเป็นการเล่น “ท่ายาก” เมื่อประเมินว่าพรรคพลังประชารัฐมีคสช.ทอดเงาทะมื่นอยู่ แต่ก็กล้าที่จะแหย่

ท่วงทำนองของพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา นับแต่หลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนา คมเป็นต้นมา จึงน่าศึกษา น่าติดตาม

แม้จะรู้กันอยู่ว่าแนวโน้มของพรรคเหล่านี้คือจะร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐอย่างค่อนข้างแน่นอน

แต่คำถามก็คือจะเล่น “ท่า” แบบใดก่อนให้ “คำตอบ”

และคำตอบจะแยกแยะอย่างไรระหว่างประชาธิปไตยกับผลประโยชน์จากการต่อรองในทางการเมือง