‘จตุพร’ เชื่อคดี ‘ธัมมชโย’ ทำเป็นขบวนการ สร้างกลเกมหวังดึง ‘สมเด็จช่วง’ ร่วมรับผิดชอบ

28.05.16 | 16:32 น.

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวในรายการมองไกล ว่า ขณะนี้มีขบวนการอำมหิต สร้างเกมโหดเหี้ยมพยายามออกแบบกลเกมลากข้อกล่าวหาของพระธัมมชโยไปให้สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ต้องมารับผิดชอบในฐานะเป็นพระอุปัชฌาย์ สิ่งน่าสนใจคือ พระพุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกฯ (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) และนายไพบูลย์ นิติตะวัน ได้เรียงหน้ากันออกมาผสมโรง ขยายให้เป็นเรื่องใหญ่ และเป็นพวกเล่นงานสมเด็จช่วงกรณีครอบครองรถโบราณ เพื่อขัดขวางไม่ให้ถูกเสนอชื่อเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ จึงทำให้ทุกอย่างเป็นเล่ห์เพทุบาย แสดงถึงกลเกมจะลากข้อหาพระธัมมชโยไปสัมพันธ์ให้สมเด็จช่วง ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ต้องมารับผิดชอบด้วย

“ก่อนหน้านี้สมเด็จช่วงถูกคนเหล่านี้จาบจ้วง ดูหมิ่นมาตลอด แต่วันนี้กลับมาเสนอให้นำกำลังดีเอสไอไปจับตัวพระธัมมชโย ซึ่งเป็นกลเกมโหดร้าย อำมหิต รวมทั้งกลเกมเช่นนี้เคยพยายามลากโยงมาตั้งแต่นำพระลิขิตปลอมของอดีตสมเด็จพระสังฆราชฯ มาเล่นงานพระธัมมชโย และทำให้ความน่าเชื่อถือเกิดมัวหมอง เพื่อเป็นอุปสรรคการเสนอชื่อเป็นสมเด็จพระสังฆราชมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อการเล่นงานสมเด็จช่วงในกรณีรถโบราณอยู่ระหว่างตรวจสอบ คนเหล่านี้จึงเปิดเกมใหม่ขึ้น โดยนำปัญหาไม่มารับแจ้งข้อหาความผิดของพระธัมมชโย แล้วเสนอขอความช่วยเหลือจากสมเด็จช่วง ช่วยนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าวัดพระธรรมกายเพื่อจับพระธัมมชโย แต่โดยการปกครองคณะสงฆ์แล้ว มีขั้นตอนการแบ่งหน้าที่กันชัดเจน ซึ่งกรณีนี้ ดีเอสไอต้องประสานไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เพราะวัดพระธรรมกายอยู่ภายใต้การปกครอง คนเหล่านี้จงใจสร้างกลเกมให้พุ่งเป้าลากสมเด็จช่วงมารับผิดชอบโดยตรง ถ้าสมเด็จช่วงไม่ทำอะไรแล้ว พวกนี้จะตำหนิว่าให้การช่วยเหลือกัน ถ้าทำตามความต้องการของดีเอสไอแล้ว ย่อมเป็นการลัดขั้นตอนการปฏิบัติการปกครองคณะสงฆ์ ดังนั้นสมเด็จช่วงต้องเจอปัญหาทั้งขึ้นทั้งล่อง วิธีการเช่นนี้น่าเกลียด” นายจตุพร กล่าว
นายจตุพร กล่าวต่อว่า เมื่อฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาพร้อมรับทราบข้อกล่าวหาที่กุฏิที่รักษาตัวอยู่ เรื่องเล็กน้อยแบบนี้น่าจบแล้วในขั้นตอนดีเอสไอ เอาแพทย์ที่ดีเอสไปไปตรวจร่างกาย แจ้งข้อกล่าวหา พิมพ์ลายนิ้วมือก็ทำบนเตียงผู้ป่วยได้ ซึ่งเป็นเรื่องเล็กเหมือนกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯได้พูดไว้ และถ้าเปรียบเทียบคดีความกันแล้ว พุทธะอิสระต้องคดีถึง 9 คดี มีถึง 2 คดีต้องโทษประหารชีวิตกับอีก 7 คดีร้ายแรง ใหญ่กว่าคดีที่เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายได้รับอยู่ในขณะนี้ แต่อัยการยังไม่เร่งรีบดำเนินการสั่งฟ้อง ถามว่าพระอุปัชฌาย์ของพุทธะอิสระต้องรับผิดชอบด้วยหรือไม่ ส่วนการอ้างว่าไม่มีหมายค้น จะเข้าไปภายในวัดพระธรรมกายไม่ได้ หากคิดในมุมกลับแล้ว เมื่อวัดเชิญให้เข้าไปแล้วถ้าเล่นเกมพลิกกลับไปแจ้งข้อหาบุกรุก วัดพระธรรมกายจะพังทันที ด้งนั้นดีเอสไอไม่ควรทำให้เป็นเรื่องใหญ่ และพระธัมมชโยจะถูกหรือผิดให้ไปพิสูจน์ตามกระบวนการยุติธรรม