กลายเป็นประเด็นขึ้นมาอีกหนึ่งคำศัพท์ที่ไม่ปรากฏในพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถานถัดจากคำว่า ‘อีช่อ’ สำหรับวันนี้ถึงคิว ‘ตลาดล่าง’ ซึ่งในภายหลังเป็นที่รู้จักและใช้อย่างแพร่หลายในฐานะคำแสลง ที่สื่อความในเชิงลบ กระทั่งวันนี้ ‘เบสท์’ แห่งพรรคอนาคตใหม่ เผยแพร่ข้อความ ‘ส.ส.ตลาดล่าง’ กับการไปงานศพจนกลายเป็นประเด็นร้อนแรง
ทว่า ความหมายที่แท้จริงของคำว่าตลาดล่าง ก่อนกลายเป็นแสลง คืออะไร ?
ประเด็นนี้ ‘ประชาชาติธุรกิจ’ ในเครือมติชน ได้เคยหาคำตอบอย่างลึกซึ้งจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร หัวหน้าภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งให้คำตอบว่า “ตลาดล่าง” หมายถึงกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้น้อย โดยคำว่า “ล่าง” มาจากคำว่า Lower income ซึ่งในทางการตลาดแต่ดั้งเดิมจะแบ่งคนตามรายได้เพื่อศึกษาพฤติกรรม
การแบ่งส่วนตลาดจากรายได้นี้ โดยแบ่งออกเป็น 6 ประเภท ได้แก่ (1)Upper upper คือชนชั้นสูงรายได้สูง เช่น ราชวงศ์ กลุ่มเศรษฐีเก่า (2)Lower upper คือชนชั้นสูงรายได้ต่ำ เช่น เศรษฐีใหม่ (3)Upper middle คือชนชั้นกลางรายได้สูง เช่น CEO ผู้จัดการ (4)Lower middle คือชนชั้นกลางรายได้ต่ำ เช่น มนุษย์เงินเดือน (5)Upper lower คือกลุ่มชนชั้นล่างรายได้สูง เช่น แรงงานรายวัน และ (6)Lower lower คือชนชั้นล่างรายได้ต่ำ เช่น คนว่างงาน คนไร้ฝีมือ ซึ่งมักจะอาศัยเงินประกันสังคมจากรัฐ
“ในแวดวงการตลาดถือว่าการแบ่งส่วนตลาดด้วยปัจจัยรายได้เป็นเรื่องที่ล้าสมัย เนื่องจากปัจจุบันจะใช้การแบ่งส่วนตลาดตามปัจจัยหลายประการ เช่น บุคลิกลักษณะส่วนบุคคล แรงจูงใจ ความต้องการ รวมทั้งรายได้ เป็นต้น ซึ่งทำให้มีการแบ่งส่วนการตลาดใหม่ๆ เช่น กลุ่ม Price sensitive buyer กลุ่ม Image buyer หรือกลุ่ม Value buyer”
แม้ต่อมาคำนี้จะเป็นคำเชิงลบ แต่ในมุมมองของนักการตลาดแล้ว “ตลาดล่าง” คือทพลังสำคัญ และไม่ว่าจะแวดวงใดทั้งการเมือง ธุรกิจ ต่างก็เลือกจับกลุ่มลูกค้าตลาดล่าง ซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่ในประเทศทั้งสิ้น เพราะ “Lower is power”

