‘ชูศักดิ์’ เชื่อโหวตนายกฯงานยาก ชี้คุณสมบัติ ‘บิ๊กตู่’ มีปัญหา แนะรัฐสภาพิจารณา-วินิจฉัย

2.06.19 | 11:06 น.

“ชูศักดิ์” เชื่อโหวตนายกฯรอบนี้งานยาก เหตุคุณสมบัติ “บิ๊กตู่” มีปัญหา แนะรัฐสภาพิจารณา-วินิจฉัย กันเลือกพลาด เตือนทำอะไรผิดธรรมชาติ ระวังจะถึงจุดอวสาน

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีของสมาชิกรัฐสภาในวันที่ 5 มิถุนายน ว่าการโหวตนายกฯครั้งนี้ โดยภาพทางการเมืองที่เห็นดูเหมือนจะเป็นงานสบาย หมูๆ แต่ตนเห็นว่าเป็นงานหินเอามากๆ เหตุผลสำคัญเพราะเดิมนายกฯมาจาก ส.ส. ใครไม่ใช่ ส.ส.ไม่มีสิทธิเป็นนายกฯ ที่ผ่านมาจึงไม่ต้องพูดอภิปรายอะไรกันมาก แต่ครั้งนี้รัฐสภาต้องเลือกนายกฯจากบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอตอนเลือกตั้งก่อน โดยรัฐธรรมนูญกำหนดให้ผู้ถูกเสนอต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามที่จะเป็นรัฐมนตรี แสดงว่าบุคคลที่รัฐสภาจะพิจารณามีมติให้เป็นนายกฯนั้นคงไม่ใช่ถึงเวลาก็จะโหวตกันเลยว่าจะเลือกใคร แต่รัฐสภาต้องพิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามเสียก่อน เพื่อไม่ให้การเลือกมีความผิดพลาด

นายชูศักดิ์กล่าวว่า ที่ผ่านมา ปัญหาการดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ต้องห้ามมิให้เสนอให้เป็นนายกฯ เพราะเป็นลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องถือว่าเป็นประเด็นปัญหาที่ยังไม่ได้ฟันธงมีข้อยุติชัดเจนแต่อย่างใด เพราะถ้า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ แล้วจะเป็นอะไร มีอำนาจหน้าที่ทำอะไรมากมาย การบอกว่าเป็นรัฏฐาธิปัตย์ดูจะเป็นคำตอบแบบอภินิหารทางกฎหมายเสียมากกว่า เรื่องนี้รัฐสภาจะต้องวินิจฉัย ส่วนผู้ตรวจการแผ่นดินหรือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ไม่ใช่องค์กรวินิจฉัยตีความรัฐธรรมนูญที่จะเป็นข้อยุติสิ้นสุดผูกพันองค์กรอื่นๆ ได้

นายชูศักดิ์กล่าวต่อว่า ปัญหาต่อมาคงต้องพิจารณาโดยรอบคอบ คือการที่ ส.ว.ชุดปัจจุบันนี้ที่จะไปใช้สิทธิเลือกนายกฯในรัฐสภา มีปัญหาการสรรหาที่ถูกกล่าวหาว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ กรรมการสรรหาไม่ใช่ผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่ใช่ผู้เป็นกลางทางการเมือง และที่เป็นเรื่องใหญ่มากคือการที่หัวหน้า คสช.มาเป็นผู้ถูกเสนอชื่อให้เป็นนายกฯโดยพรรคการเมือง จึงเกิดปรากฏการณ์ไม่ยอมเปิดเผยกรรมการสรรหาและกระบวนการสรรหา นอกจากนั้นยังมีผู้เป็นกรรมการสรรหาไปเป็น ส.ว.เสียเองด้วย ดังนั้น การที่หัวหน้า คสช.ซึ่งเป็นผู้ถูกเสนอชื่อให้เป็นนายกฯโดยพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นผู้คัดเลือก ส.ว.จากที่กรรมการสรรหาเสนอมา เป็นผู้ลงนามรับสนองฯ แล้วในที่สุด ส.ว.ทั้งหลายจะเป็นผู้มาเลือกตนเองให้เป็นนายกฯ เป็นเรื่องทำนองผลัดกันเกาหลัง ชงเองกินเอง จึงมีปัญหาว่า ส.ว.ผู้โหวตได้กระทำการอันขัดกันแห่งผลประโยชน์ มีสิทธิถูกร้องว่ากระทำผิดทั้งรัฐธรรมนูญและมาตรฐานทางจริยธรรม ซึ่งมีผลร้ายอย่างไรก็ไปเปิดรัฐธรรมนูญดูกันเอง

“ทั้งหมดเป็นเพียงบางส่วน ยังมีอีกหลายประเด็น จึงฟันธงว่าไม่หมู งานยาก อย่าคิดว่าเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อสืบทอดอำนาจไว้ดีแล้ว อะไรที่มันผิดธรรมชาติ ดึงดันจะเอาแบบนี้ ที่สุดคืออวสาน เป็นกำลังใจให้ประธานการประชุม หวังว่าคงจะไม่รวบรัดให้โหวตกันไปแบบไม่ต้องพิจารณาประเด็นเหล่านี้เลย และเชื่อว่าเรื่องนี้จะไม่จบแค่ใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี” นายชูศักดิ์กล่าว

Advertisement