‘สาทิตย์’ เผยมติพรรค ปชป. และข้อเรียกร้องของพรรค ปชป.

สาทิตย์ วงศ์หนองเตย

ผู้ใหญ่ตาล ส.ส.สาทิตย์ มั่นใจสมาชิกพรรค ปชป.ไม่แตกแถวรับมติของพรรค ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี และไม่คิดย้ายพรรคแน่นอน แต่แปลกใจว่า ถึงวันนี้แล้วทำไม พรรคพลังประชารัฐ จึงไม่ส่งสัญญาณใดๆมาเลย และยืนยันพรรคยังขอตามเงื่อนไขเหมือนเดิม คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ พานิชย์ และแก้ไขรัฐธรรมนูญ

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรังว่า นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ 4 มิ.ย.62 ทางพรรคประชาธิปัตย์จะมีการนัด ส.ส.ในช่วงบ่ายโมงครึ่งและนัดกรรมการบริหารพรรคด้วย ซึ่งตนเข้าใจว่าเรื่องสำคัญคือการที่จะต้องหารือกันว่าจะมีมติจะร่วมรัฐบาลหรือไม่อย่างไร ทั้งนี้เห็นว่าวันที่ 5 มิถุนายน รัฐสภาจะนัดมีการประชุมเพื่อมีมติในการเลือกนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นถ้ามีการเลือกนายกรัฐมนตรีพรรคต้องมีมติก่อนว่าตกลงจะร่วมรัฐบาลกับพรรคการเมือง อย่างพรรคพลังประชารัฐที่ได้ส่งเทียบเชิญมายังพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่

ส่วนกระแสที่มีเสียงแตกหรือไม่นั้นยังคงบอกไม่ได้เพราะยังไม่มีมติเลยจนถึงขณะนี้ ว่าพรรคจะมีมติร่วมรัฐบาลหรือไม่ พรรคอาจจะมีมติทางใดทางหนึ่ง เช่น ร่วมรัฐบาลซึ่งพรรคมีมติร่วมกับพรรคประชารัฐสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ 2.คือไม่ร่วมรัฐบาล และ 3.มีมติเป็นอย่างอื่นได้ ซึ่งก็ไม่ทราบว่าจะเป็นอย่างไร อาจจะฟรีโหวตก็ได้เพราะเราไม่รู้ แต่โดยหลักแล้วพรรคต้องมีมติอย่างใดอย่างหนึ่งในวันพรุ่งนี้ หากไม่ร่วมรัฐบาลแล้วพรรคประชาธิปัตย์จะอยู่อย่างไร ก็เป็นเรื่องที่ถกเถียงกัน ซึ่งตนคิดว่ามาถึงขั้นตอนนี้แล้ว คงเป็นเรื่องยากแล้ว ก่อนหน้านี้พรรคประชาธิปัตย์ได้รับการเสนอชื่อสมาชิกของพรรคเป็นสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภาซึ่งขั้วการเมืองซีกพรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย และพรรคอื่น ๆ สนับสนุนเลือกท่านชวน หลีกภัย เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรในขณะที่ทางขั้วการเมืองพรรคเพื่อไทย อนาคตใหม่ เสรีรวมไทยโหวตเลือกคุณสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ซึ่งเท่ากับว่าเป็นขั้วตรงข้ามกับขั้วที่เลือกท่านชวน หลีกภัย ก็จะมีเสียงมาจากส่วนอื่นบ้าง ซึ่งพิสูจน์ไม่ได้เพราะเป็นโหวตลับที่มาสนับสนุนท่านชวน ส่วนนั้นจะมาจากความศรัทธาส่วนตัวก็ได้ แต่เสียงหลักมาจากขั้วของพลังประชารัฐ ภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ ชาติไทยพัฒนาเป็นต้น แต่ไม่ได้เสียงจากเพื่อไทยและอนาคตใหม่ ตนเองก็อ่านข่าวอย่างคนอื่นๆเขา

ความจริง ส.ส.ในพรรคหลายคนก็อึดอัดใจเหมือนกัน เพราะก่อนหน้านี้ยังไม่ได้มีการชี้แจงอย่างชัดเจนจากกรรมการบริหารพรรค เช่น ท่านหัวหน้าก็ดี ท่าเลขาธิการพรรคก็ดีการไปเจรจากับพรรคพลังประชารัฐตกลงพูดอะไรกันบ้างซึ่งวันพรุ่งนี้ต้องซักถามรายละเอียด ส่วนการเรียกร้องกระทรวงเกษตร ฯกระทรวงพานิชย์ และแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นก็เป็นเรื่องที่สมาชิกเคยแสดงความคิดเห็นเอาไว้ในการประชุมพรรคของต้น ๆ ตนเองก็ลุกขึ้นพูดในที่ประชุมว่าถ้าพรรคประชาธิปัตย์จะไปร่วมรัฐบาลกับพรรคใดพรรคหนึ่งอย่างพรรคพลังประชารัฐ อันนี้พูดไว้ก่อน เราก็ควรมีเงื่อนไขที่ชัดเจนในการไปร่วม เรื่องใหญ่คือเราต้องให้ความสำคัญการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องชาวสวนยาง สวนปาล์ม เกษตรกรในเรื่องการประกันรายได้ราคายาง ราคาปาล์มที่ตกต่ำมากในขณะนี้ การไปร่วมรัฐบาลแล้วทำสิ่งเหล่านี้ได้

อันที่หนึ่งต้องประชุมนโยบายรัฐบาล 2.เราจำเป็นที่ต้องบริหารกระทรวงเกษตรและกระทรวงพาณิชย์เป็น 2 กระทรวงหลักในการขับเคลื่อนการประกันรายได้ให้เกษตรกร สมมติว่าได้กระทรวงอื่นมาที่ไม่ได้เกี่ยงข้องกับเรื่องเหล่านี้แล้วเราจะไปขับเคลื่อนนโยบายเกษตรกรได้อย่างไรเป็นสิ่งที่เราได้เสนอทางพรรคเอาไว้ ซึ่งเข้าใจว่าทางผู้บริหารพรรคเข้าใจตรงกันในข้อนี้ก็เลยเป็นเงื่อนไขในการร่วมรัฐบาลกับพลังประชารัฐว่า ประชาธิปัตย์ต้องการทำเรื่องประกันรายได้ให้เกษตรกรเพื่อให้ราคายาง ราคาปาล์มที่ตกต่ำอยู่ในขณะนี้ ส่วนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าใจว่าเป็นเรื่องที่หัวหน้าพรรคได้พูดคุยกับคณะกรรมการบริหารพรรคว่ารัฐธรรมนูญมีบางส่วนที่ไม่เป็นประชาธิปไตยก็อยากจะแก้ไขให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้นนั้นเป็นเงื่อนไขที่มาทีหลัง ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการเข้ามาร่วมรัฐบาลว่าพรรคร่วมจำเป็นต้องมีนโยบายของตัวเองที่จะไปพูดคุยกับพรรคการเมืองอื่น

ส่วนการประชุมพรรคที่จะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้มีความสามัคคีแค่ไหนนั้น ตนมองว่าพรรคการเมืองประกอบไปด้วยคนหลากหลายความคิด ทุกคนมีสิทธิแสดงความคิดเห็นได้แต่สุดท้ายต้องจบลงด้วยมติของพรรค อาจจะมีความเห็นต่างกันบ้างตามระบอบประชาธิปไตย แต่ทุกคนต้องยึดประโยชน์ของประเทศชาติของประชาชนเป็นใหญ่ อย่ายึดประโยชน์ของตนเอง ของพรรคหรือของกลุ่มหรือพรรคพวกเมื่อเป็นอย่างนั้นการเมืองถึงจะเคลื่อนได้ ตอนนี้ประชาชนเรื่องใหญ่ก็คือ เศรษฐกิจปากท้อง เรื่องราคาสินค้าเกษตร เรื่องปาล์ม ยาง ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลังมีปัญหา ก็ต้องแก้ปัญหาส่วนนี้ก่อน

ส่วนที่มีกระแสสมาชิกพรรคบางคนไปสังกัดพรรคอื่นนั้น ตนยังไม่ได้กระแสข่าวนี้ เพราะยังไม่มีมติเลย พูดอะไรก่อนไม่ได้ ถ้ามีมติให้ร่วมแล้วทุกคนเห็นพ้องกันก็จบ ตนเองมาอยากให้ประชาชนมองว่าประชาธิปัตย์ตัดสินใจช้า มีปัญหาเรื่องต่อรองผลประโยชน์ ตนมองว่าพรรคต้องชัดเจนถ้าจะร่วมรัฐบาลพรรคต้องมีมติที่ชัดเจนออกไปและต้องมีเหตุผลว่าที่ตัดสินใจเข้าร่วมเพราะต้องการให้ประเทศเดินหน้าและแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนได้ ก็ต้องอยู่ตรงนี้ก่อน ถ้าไม่ใช่เหตุผล 2 ข้อนี้ก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องไปร่วมรัฐบาลกับเขา

บทความก่อนหน้านี้‘ชวน’ ปล่อยฟรี วันโหวตนายกฯอภิปรายเต็มที่ ชี้แคนดิเดตโชว์วิสัยทัศน์ได้
บทความถัดไป‘ไทย- เดนมาร์ค’ เปิดฟาร์มให้นักวิ่ง 2 พันคนทั่วไทยชมการเลี้ยงวัวรับสมัคร 3 รุ่น