“ช่อ” นำแถลง แฉขบวนการงูเห่า โยงพรรคการเมือง-ทุนใหญ่ เผย ส.ส.อนาคตใหม่ ถูกติดต่อซื้อเกือบยกพรรค “เท่าพิภพ” เรตสูงสุด 120 ลบ. พร้อมเผย บางรายใช้เงินซื้อไม่ได้ มีการขู่เอาถึงชีวิต ประกาศกร้าว 5 มิ.ย.ใครยกมือโหวต “บิ๊กตู่” ไล่ออกพ้นพรรค
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 มิถุนายน ที่พรรคอนาคตใหม่ มีการแถลงข่าวของ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ถึงกรณีขบวนการงูเห่า โดย ส.ส.ผู้ร่วมแถลงข่าว ประกอบด้วย นายอนาวิล รัตนสถาพร ส.ส.ปทุมธานี, นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กรุงเทพมหานคร, นายฐิตินันท์ แสงนาค ส.ส.ขอนแก่น, นายทองแดง เบ็ญจะปัก ส.ส.สมุทรสาคร, นายสมัคร ป้องวงษ์ ส.ส.สมุทรสาคร, นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายสำลี รักสุทธี ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายคำพอง เทพาคำ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายเกษมสันต์ มีทิพย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายองค์การ ชัยบุตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ
น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค อนค.กล่าวว่า เรื่องที่เราพูดมาตลอด ตลอดสามเดือนที่ผ่านมา และเป็นปัจจัยสำคัญในการชี้ขาดเลือกนายกรัฐมนตรี คือเรื่องงูเห่า โดยเฉพาะงูเห่าสีส้ม อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องดีที่เราเห็นข่าวหลังพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แถลงจัดตั้งรัฐบาล ทั้งที่มีเพียง 150 เสียง ซึ่ง 3 วันหลังจากการเลือกตั้ง 7 พรรคฝ่ายต่อต้านการสืบทอดอำนาจประกาศตั้งเป็นแนวร่วมการต่อต้านการสืบทอดอำนาจและให้สัตยาบัน ตอนนั้นเรามีเสียงทั้งหมด 253 เสียง ยังไม่มีการประกาศจัดตั้งรัฐบาล เพียงแต่ประกาศจัดแนวร่วมเท่านั้น วันนี้ เสียงเราลดเหลือ 246 เสียง แต่ก็ยังคงจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ ขณะที่มีสมาชิกพรรค พปชร.กล่าวออกรายการทีวีว่า รัฐธรรมนูญเขียนมาเพื่อให้พรรค พปชร.เป็นรัฐบาล อย่างไรก็ดี ส.ว.ออกแบบมาเพื่อให้ช่วยโหวตนายกฯ แต่พรรคการเมืองที่ไม่มีเสียง 250 เสียง หรือเป็นเสียงปริ่มน้ำ ก็ไม่สามารถบริหารประเทศได้ จึงจำเป็นต้องซื้องูเห่าจากพรรคอื่น เพื่อโหวตสนับสนุนรัฐบาลร่างทรงของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
“ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ติดต่อถูกซื้อเยอะมาก น่าจะเกือบครบทุกคน อาจเพราะเราหน้าใหม่ หรือฝ่ายตรงข้ามมองว่าเราซื้อได้ด้วยเงิน ซึ่งเป็นการประเมินที่ผิด วันนี้คนที่มาร่วมแถลงข่าวล้วนเคยถูกติดต่อเพื่อให้เป็นงูเห่า ต้องย้ำว่าเรารวมตัวด้วยอุดมการณ์ และใช้เงินน้อยที่สุด เราพิสูจน์แล้วว่า การทำงานการเมืองที่ใช้อุดมการณ์สามารถชนะใจประชาชนได้ ผู้แทนของเราทุกคนไม่ทรยศประชาชน ไม่ทิ้งอุดมการณ์ประชาธิปไตย รูปแบบการซื้องูเห่า ไม่ว่าจะเป็นการหลอกล่อด้วยเหตุผลใดๆ อย่างเรื่องพรรคโดนยุบ หรือกรณีคดีของหัวหน้าพรรค รวมทั้งการข่มขู่ที่จะเอาถึงชีวิตทั้งทางตรงและทางอ้อม เป็นเหตุที่ทำให้เราไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ โดยทางผู้ติดต่อมาแจ้งว่า มีกลุ่มทุนใหญ่สนับสนุนการซื้องูเห่า ซึ่งเราอยากถามกลับไปว่า การทำแบบนี้เป็นการทำลายสถาบันหลักอย่างพรรคการเมืองหรือไม่” น.ส.พรรณิการ์กล่าว
โฆษกพรรค อนค.กล่าวต่อว่า ภารกิจของเราคือการกู้คืนระบบรัฐสภากลับสู่ระบอบประชาธิปไตย การทำงานเพื่อพิทักษ์ผลประโยชน์ของประชาชน เร่งตั้งรัฐบาลมาแก้ปัญหาของประเทศ เรายืนยันตรงนี้ และขอเรียกร้องไปยังพรรคที่ซื้องูเห่า ซึ่งมีหลายพรรคทำกันเป็นขบวนการ ขอให้หยุดภารกิจบ่อนทำลายประชาธิปไตย หยุดทำงานที่ไม่เป็นประโยชน์ และรบกวน ส.ส.ของเรา การติดต่อต่างๆ ล้วนไม่เป็นผล กรุณาหยุดเพื่อให้เราและท่านทำงานเพื่อประชาชน อย่างไรก็ตาม หากถึงที่สุดแล้ว มีผู้ที่ใช้ชื่อ ส.ส.พรรค อนค.ไปยกมือโหวตให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ สิ่งเดียวที่เราจะทำ คือให้เขาหรือเธอคนนั้นลาออกไป เพื่อไปอยู่ในพรรคที่มีจุดยืนตรงกันกับตัวเขาหรือเธอ
“เรายืนยันว่าจะไม่เปิดเผยตัวแทนที่ติดต่อเรื่องงูเห่า เพราะเราคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้สมัครของเรา และเหตุผลที่สำคัญกว่า คือคนที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนติดต่อนั้น จริงๆ แล้วไม่ได้มีความสำคัญที่สุด หากเปรียบกับขบวนการค้ายาเสพติด ก็เป็นเหมือนคนเดินยา จับเขาก็ไม่ได้ทำให้ขบวนการซื้องูเห่าหมดไป หากจะชี้ไปที่ใครก็ต้องชี้ไปที่คนที่อยู่ที่แจ้งที่สุด และทำไปเพื่อการสืบทอดอำนาจของ คสช. และการอยู่ในตำแหน่งของ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเรามั่นใจว่า ส.ส.อนาคตใหม่ทุกคนอยู่ได้ด้วยอุดมการณ์และจะทำงานรับใช้ประชาชน ไม่มีงูเห่าในพรรค” น.ส.พรรณิการ์กล่าว
นายอนาวิลกล่าวว่า ตนได้รับการติดต่อ 2 ครั้ง ครั้งแรกจำนวน 30 ล้านบาท โดยรอบแรกให้ 25 ล้านบาท หลังเลือกนายกฯ ให้อีก 5 ล้านบาท ส่วนครั้งที่ 2 เสนอเงินให้ 60 ล้านบาท ตนจะได้ 50 ล้านบาท หักเป็นค่านายหน้า 10 ล้านบาท ขณะที่นายเท่าพิภพกล่าวว่า ได้รับการติดต่อตั้งแต่หลังการเลือกตั้ง เสนอให้ 30 ล้านบาท ผ่านคนสนิท ซึ่งตนปฏิเสธไป แต่ยังมีการติดต่อเรื่อยๆ จาก 50 ล้านบาท เป็น 70 ล้านบาท จนสัปดาห์ที่ผ่านมาเสนอให้ 120 ล้านบาท แต่ตนปฏิเสธไปเพราะคิดว่า การที่เราเป็นผู้แทนประชาชน เราแบกความหวังของประชาชนไว้ ความไว้วางใจของพี่น้องประชาชนนั้นมากกว่า 120 ล้านบาทแน่นอน
นายฐิตินันท์กล่าวว่า ตนถูกสกัดตั้งแต่วันแรกที่มาสมัครสมาชิกพรรค เนื่องจากตนเคยสมัคร ส.ว.มีคะแนน 20,000 กว่าคะแนน แต่การเลือกตั้งครั้งนี้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2560 ทำให้ทุกคะแนนมีความเหมาย นอกจากนี้ เมื่อหลังการเลือกตั้ง ช่วงเช้าวันที่ 25 มีนาคม มีโทรศัพท์มาแจ้งว่า มีผู้ใหญ่ขอพบ เป็นระดับรองหัวหน้าพรรค สะดวกให้พบที่ไหน ซึ่งตนได้ปฏิเสธไป เพราะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่รับรอง และทางพรรคก็กำชับว่าห้ามให้สัมภาษณ์สื่อ เพราะผลการเลือกตั้งยังไม่ออกมาเป็นทางการ ซึ่งเขาเสนอให้เงินใช้นอกบัญชี 9 หลัก แต่ตนก็ปฏิเสธไป นอกจากนี้ ก่อนวันโหวตยังเสนอให้ 5 ล้าน และหลังวันโหวตให้อีก 70 ล้าน พร้อมเงินเดือนอีกเดือนละ 200,000 บาท
“ผมขอประกาศตรงนี้ ว่าการที่ผมมายืนตรงได้ เพราะอุดมการณ์อันแก่กล้า ผมสู้เพื่อประชาธิปไตยมาตั้งแต่เด็ก และผมมีความรักในผู้บริหารพรรคทุกคน” นายฐิตินันท์กล่าว
ส่วนนายทองแดงกล่าวว่า หลังเลือกตั้งมีคนติดต่อมาตลอด เริ่มที่ 25 ล้านบาท เป็น 50 ล้านบาท ล่าสุดคือ 75 ล้านบาท แต่ตนก็ปฏิเสธไป เพราะหากตนรับ พ่อแม่พี่น้องของตนเขาจะคิดอย่างไร จะมองว่าเราไม่ใช่นักต่อสู้ ตลอดระยะเวลาที่ตนโตมา ทุกคะแนนเสียงมาจากความกตัญญูต่อประชาชน
เมื่อถามว่า การทุ่ม 120 ล้านบาท เพื่อซื้องูเห่านั้นเป็นไปได้หรือไม่ เนื่องจากก่อนการเลือกตั้งมีการดูด ส.ส.ด้วยเงินจำนวนมากอยู่แล้ว น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า ราคามันสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามความต้องการ ช่วงหลังการเลือกตั้ง ราคาไม่สูงมาก แค่ 5-10 ล้านบาท แต่เมื่อซื้อไม่ได้ราคาจึงสูงขึ้น ทำให้เห็นว่ามันคุ้มค่าที่ผู้มีอำนาจจะได้อยู่ต่อ เงินจำนวนนี้ยังเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ที่นอนเตียงเดียวกับคณะรัฐประหารด้วย
เมื่อถามต่อว่ามีหลักฐานที่พร้อมจะเอาผิดขบวนการซื้องูเห่าหรือไม่ และจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เพื่อเชื่อมโยงไปถึงการยุบพรรคที่มาติดต่อ น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า การยุบพรรคจะเกิดขึ้นได้เมื่อคณะกรรมการบริหารพรรคมีส่วนรู้เห็น แต่ในส่วนของการดำเนินคดีกับผู้ที่เสนอให้นั้น มีความเป็นไปได้ เพราะถือว่ามีความผิดตามมาตรา 46 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง ตนยืนยันว่าเรามีพยานหลักฐานหนักแน่นเพียงพอ แม้จะไม่มีใบเสร็จก็ตาม แต่กระบวนการติดต่อย่อมต้องมีผู้รู้เห็นและบันทึกไว้ ซึ่งทางพรรคคงสงวนสิทธิในการดำเนินคดี และขอให้ติดตามรอดูต่อจากนี้
เมื่อถามต่อว่าจำนวน ส.ส.พรรค อนค.ที่ถูกทาบทามมีเพียง 11 คนที่มาร่วมแถลงข่าวใช่หรือไม่ น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า เกือบทั้งพรรค เพราะเขาอาจมอง ส.ส.พรรค อนค. ว่าส่วนใหญ่เป็นคนธรรมดา หาเช้ากินค่ำ มีเพียงน้อยนิดที่เป็นนักธุรกิจ จึงคิดเสนอซื้องูเห่าที่ราคา 20-30 ล้านบาท เพราะเห็นว่าเราจน แต่ก็ซื้อเราไม่ได้ เงินซื้อคนจนไม่ได้เสมอไป ถ้าคนจนคนนั้นมีอุดมการณ์


