สืบเนื่องกรณีนายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงคำศัพท์ ‘เผด็จการประชาธิปไตย’ กระทั่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยนักรัฐศาสตร์ที่มีชื่อเสียงหลายรายระบุว่าไม่เคยได้ยิน ไม่มีจริง และผู้กล่าวเข้าใจเพี้ยนไป
ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. วันที่ 5 มิถุนายน ผศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เผยแพร่ข้อความผ่าน Dulyapak Preecharush – ดุลยภาค ปรีชารัชช ยืนยันว่าเป็นศัพท์ที่มีใช้จริงในแวดวงวิชาการ พร้อมยกตัวอย่างบทความ รายละเอียดดังนี้
“ขอเห็นต่างครับ
คำว่า “เผด็จการประชาธิปไตย” และ “ประธิปไตยจอมปลอม” มีจริง ไม่ใช่เรื่องเพี้ยน แถมเคยมีการอภิปรายกันในวงวิชาการรัฐศาสตร์ระดับโลก
หากมองว่า “Democratic Authoritarianism” แปลว่า เผด็จการประชาธิปไตย ส่วน “Pseudo Democracy” หมายถึง ประชาธิปไตยจอมปลอม ก็ถือว่า คำกล่าวของท่าน ส.ว. เสรี ไม่ได้เพี้ยนผิดแผกแต่อย่างใด
มีงานวิชาการไม่น้อยที่ใช้ศัพท์เหล่านี้ เช่น บทความของ Brancati (2014) เรื่อง Democratic Authoritarianism: Origins and Effects ตีพิมพ์ใน Annaual Review of Political Science
จริงๆแล้ว เผด็จการ/อำนาจนิยม กับ ประชาธิปไตย แม้จะมี elements หลายอย่างที่แตกต่างกัน แต่ก็มีอีกหลายอย่างที่ไม่จำเป็นต้องคัดค้านแยกขั้วกันเสมอไปและในบางกรณีก็สามารถผสมผสานอยู่ร่วมกันได้ จนมีคำศัพท์ที่ใช้เรียกขานระบอบการเมืองชนิดนี้ซึ่งควบรวมเอาทั้งคุณลักษณะของเผด็จการกับประชาธิปไตยมาอยู่ร่วมกัน เพียงแต่ประเภทแยกย่อยหรือส่วนผสมของทั้งสองสิ่งนี้อาจมีระดับแตกต่างกันออกไปบ้าง คำศัพท์ที่เด่นชัด อาทิ Hybrid Regime (ระบอบลูกผสม) Electoral Authoritarianism (เผด็จการ/อำนาจนิยมผ่านการเลือกตั้ง) Competitive Authoritarianism (เผด็จการ/อำนาจนิยมเชิงแข่งขัน) Authoritarian Democracy (ประชาธิปไตยอำนาจนิยม) Defective Democracy (ประชาธิปไตยแบบบกพร่อง) และ Illiberal Democracy (ประชาธิปไตยแบบไม่เสรี)
ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปัจจุบัน รัฐที่มีระบอบการเมืองแบบเผด็จการผสมประชาธิปไตย ก็มีไม่น้อย เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ กัมพูชา และ พม่า ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประชาธิปไตยกับเผด็จการไม่ได้แยกขั้วกันเสมอไป หากแต่สามารถดำรงอยู่ร่วมกันได้ ส่วนรัฐไทยก็กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากระบอบอำนาจนิยมเข้าสู่ระบอบที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ซึ่งจะเรียกว่าเป็น อำนาจนิยมอมประชาธิปไตย เผด็จการประชาธิปไตย เผด็จการจำแลงในคราบประชาธิปไตย (Democratically Disguised Dictatorship/Authoritarianism) หรือจะเรียกว่าอะไรก็ตามแต่ หากแต่สิ่งเหล่านี้ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงธรรมชาติระบอบการเมืองลูกผสมซึ่งมีปรากฏอยู่จริงในภูมิภาคอาเซียนหรือในภูมิภาคอื่นๆรอบโลก
ผมเคารพในความเห็นของนักรัฐศาสตร์บางท่านและขอบคุณมติชนที่ให้ความสำคัญกับประเด็นนี้ แต่ถ้าพิจารณาแบบเป็นกลางตามหลักวิชาการจริงๆ ผมขอเห็นต่างและขอสรุปว่า เผด็จการประชาธิปไตย หรือ ประชาธิปไตยจอมปลอม หรือ อะไรที่คล้ายๆกันนี้ ถือเป็นศัพท์ที่มีอยู่จริงในแวดวงรัฐศาสตร์และมีให้เห็นอยู่จริงในประเทศต่างๆรอบโลก
ผมออกความเห็นในฐานะคนที่ศึกษาเรื่องการเมืองการปกครองมาพอประมาณ ตอนที่ผมเรียนปริญญาเอกด้านรัฐศาสตร์ (การเมืองเปรียบเทียบ) ที่มหาวิทยาลัยฮ่องกง (The University of Hong Kong) ก็เคยเห็นการถกเถียงอภิปรายกันในเรื่องนี้และก็มีตำรา/งานวิชาการไม่น้อยที่กล่าวถึงเรื่องเหล่านี้เช่นกัน”
______

