“ธนาธร” หนุน “สมพงษ์” นั่งผู้นำฝ่ายค้าน ชี้เสียง ส.ว. หนุน “บิ๊กตู่” บิดเบือนการตัดสินใจ ส.ส.
เมื่อเวลา 13.35 น. วันที่ 8 มิถุนายน ที่หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวก่อนเริ่มงาน “1 ปี อนาคตใหม่ เดินไปด้วยกัน walk with me talk with me” ถึงทิศทางการทำหน้าที่ฝ่ายค้านของพรรคอนาคตใหม่ว่า ตอนนี้ฝ่ายค้านทั้งหมดต้องทำงานร่วมกันเพื่อสร้างวิปฝ่ายค้านให้เข้มแข็ง สำหรับพรรคอนาคตใหม่เตรียมไว้หลายประเด็นที่เราจะทำเป็นญัตติ รวมถึงประเด็นที่อยากผลักดันให้ออกมาเป็นกฎหมาย ซึ่ง ส.ส.ของพรรคและทีมนโยบายกำลังทำงานอย่างเข้มข้นเพื่อเตรียมการ จากนี้จะทำทีละก้าว การต่อสู้ยังอีกยาวและขอเชิญประชาชนมาต่อสู้ร่วมกัน ผ่านกลไกรัฐสภา ซึ่งเป็นกลไกที่สันติสุขที่สุด และหลีกเลี่ยงความรุนแรงให้มากที่สุด ถ้าพวกเขาปฏิเสธทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ในรัฐสภา ก็เท่ากับการปฏิเสธการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยอย่างสันติ ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทย (พท.) เสนอนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภา ก็ยินดีและมีความเหมาะสม ในฐานะที่พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่มีคะแนนเสียงมากที่สุดในฝ่ายค้าน

เมื่อถามถึงกรณีที่ระบุว่าพรรคถูกปล้นชัยชนะนั้น ขอให้ขยายความ นายธนาธรกล่าวว่า ตนคิดว่าพี่น้องประชาชนไม่เข้าใจเรื่องนี้เท่าไร ส.ว. 250 เสียงถึงแม้ฝ่ายพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะเอาออกไป ก็ชนะอยู่ดีนั้น เรื่องนี้ถูกต้อง แต่ต้องอย่าลืมว่าการดำรงอยู่ของ ส.ว. 250 เสียงบิดเบือนการตัดสินใจของพรรคการเมืองต่างๆ ไปตั้งแต่แรกแล้ว เหมือนที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ว่า ต้องมองโลกแห่งความเป็นจริงว่า ถึงอย่างไรฝ่ายที่สืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้ ซึ่งฝ่ายที่ตัดสินใจเข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้ตัดสินใจเพราะพรรคพลังประชารัฐมีเสียงข้างมาก แต่ตัดสินใจเพราะพรรคพลังประชารัฐมี ส.ว. 250 เสียงหนุนหลัง หากอยู่ฝั่งพรรคพลังประชารัฐ ได้เป็นรัฐบาลแน่ ตนเชื่อว่าหากไม่มี 250 เสียง การจัดตั้งรัฐบาลไม่ออกมาแบบนี้แน่ๆ จึงเป็นการบิดเบือนการตัดสินใจไปตั้งแต่นั้นแล้ว ซึ่งหากอยู่ในภาวะปกติ ฝ่ายที่จัดตั้งรัฐบาลได้ ต้องเป็นฝ่ายที่ต่อต้าน คสช. แน่นอน ส่วนใครจะเป็นนายกฯ ต้องดูอีกที
เมื่อถามว่า คิดว่าอายุของรัฐบาลจะเป็นอย่างไร นายธนาธรกล่าวว่า ถ้าเราดูเสียงที่ห่างกันอยู่ไม่กี่เสียง ก็คงทำให้การผ่านกฎหมายเป็นไปอย่างยากลำบาก สิ่งที่ต้องมองมากกว่านี้ คือการซื้อ ส.ส.ฝ่ายตรงข้ามเพื่อประโยชน์ของตัวเอง ซึ่งการซื้องูเห่ายังเป็นไปได้ตลอดเวลา และตนมองว่ามีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลจะอยู่ไม่ครบเทอม ขณะที่การทำหน้าที่ของพรรค จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ส่วนกรณีที่ผู้สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่โจมตีฝ่ายตรงข้ามอย่างมากนั้น คิดว่าเป็นเพราะความไม่พอใจจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศที่มีความรู้สึกโกรธ และไม่พอใจเสียงของตนเองที่ไม่ได้รับการตอบสนอง ตามที่ได้นายกฯ คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งไม่สอดคล้องกับความต้องการ จึงทำให้เกิดความโกรธแค้น ซึ่งก่อนโหวต ส.ว. หลายฝ่ายมองว่า ส.ว. มีเอกสิทธิ์ในการตัดสินใจของตนเอง แต่เมื่อโหวตออกมาแล้ว ส.ว. ทั้ง 249 คนกลับตัดสินใจไปในทิศทางเดียวกัน จึงเห็นชัดว่า ส.ว. ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสืบทอดอำนาจของ คสช.

เมื่อถามถึงคดีการถือครองหุ้น บริษัท วี-ลัค มีเดีย นายธนาธรกล่าวว่า เป็นขั้นตอนในศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ พรรคได้ยื่นให้มีการตรวจสอบ ส.ส.ที่ถือหุ้นสื่อเพิ่มเติมจำนวน 41 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพรรคประชาธิปัตย์และพรรคพลังประชารัฐ และตนขอให้ศาลรัฐธรรมนูญใช้หลักการเดียวกับตนในการวินิจฉัยด้วย ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาเพียง 7 วันที่วินิจฉัยกรณีของตน ทั้งที่ศาลมีข้อสงสัยเพียงว่าผิดคุณสมบัติ แต่อีก 41 คนนั้น ผิดแน่ๆ เพราะเราใช้งบการเงินที่ยื่นในเดือนพฤษภาคม 2562 นี้ เป็นข้อมูลการตรวจสอบ จึงขอให้ทุกฝ่ายช่วยตรวจสอบการทำงานของศาลรัฐธรรมนูญด้วย เรื่องนี้ไปถึงศาลรัฐธรรมนูญเมื่อไร ต้องใช้เวลา 7 วันเท่ากับตนด้วย ส่วนการขอขยายระยะเวลาชี้แจง 30 วันก็เป็นเรื่องของฝ่ายกฎหมาย เพื่อให้การดำเนินการต่างๆ มีความรัดกุมมากที่สุด
เมื่อถามถึงกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ยื่นตรวจสอบกรณีที่พรรคอนาคตใหม่เปิดเผยเรื่องการซื้อตัว ส.ส. 120 ล้านบาท หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่กล่าวว่า ไม่เป็นไร เรื่องนี้ ส.ส. พรรคเราพยายามหลีกเลี่ยงไม่พาดพิงถึงบุคคลหรือพรรคอื่น แต่ยืนยันว่ากรณีดังกล่าวเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง
เมื่อถามถึงการต่อรองเก้าอี้ของพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล นายธนาธรกล่าวว่า ตนไม่มีความเห็นใดๆ เพราะอยู่เหนือการควบคุมของเราแล้ว เป็นเรื่องของพรรคการเมืองที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว เมื่อไม่เอาหลักการเป็นที่ตั้ง แต่เอาผลประโยชน์เป็นที่ตั้งก็ออกมาแบบนี้นั่นเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศของงานว่าเป็นไปอย่างคึกคัก ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัย มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบดูแลความเรียบร้อยโดยรอบพื้นที่ ทั้งนี้ เมื่อเวลา 13.30 น. เวทีได้เริ่มต้น ผ่านบทเพลงที่ชื่อว่า “The Future of our country” ซึ่งขับร้องโดยนายกริษณุภูมิ นิลนามะ โดยผู้สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ที่นั่งในห้องประชุม ต่างพากันยกมือชู 3 นิ้ว เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความไม่ยอมจำนนต่อความไม่ยุติธรรม ตามมอตโต้ของงานที่ว่า “นี่ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้น”

