เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงถ้ามีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข 4 ข้อในการร่วมรัฐบาลว่า หลังจากที่พรรค ปชป.และพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ได้ร่วมโหวตให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีแล้วโดยภายใต้เงื่อนไขของพรรค ปชป.ใน 3 เรื่องคือ 1.ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย 2.ให้รับนโยบายการประกันรายได้สินค้าการเกษตร และ 3.การบริหารราชการแผ่นดินรัฐบาลชุดนี้จะต้องไม่มีการทุจริต ถ้ามีการทุจริตพรรคเราก็พร้อมที่จะถอนตัวออกจากรัฐบาล ส่วนเงื่อนไขที่ 4 เป็นเงื่อนไขที่ไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณชน นั่นคือโควต้ารัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ยื่นข้อเสนอว่าถ้าให้พรรคแก้ปัญหาพืชผลการเกษตรให้มีคุณภาพ และได้ราคาตามที่ประกันรายได้การเกษตร คือ ปาล์มมีราคากิโลกรัมละไม่น้อยกว่า 4 บาท ยางพารากิโลกรัมละ 60 บาท ก็จะต้องให้พรรคประชาธิปัตย์เข้าไปบริหารใน 2 กระทรวงหลัก ได้แก่ 1.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อส่งเสริมการผลิต รับผิดชอบในการผลิตสินค้าการเกษตร 2.กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นกระทรวงที่เกี่ยวกับการขาย การนำสินค้าที่ผลิตจากประชาชนไปขายทั้งในและต่างประเทศ ถ้าไม่ให้ 2 กระทรวงหลักนี้เราก็เชื่อว่าไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาราคาสินค้าทางการเกษตรของประชาชนได้
นายเทพไทกล่าวอีกว่า วันนี้มีข่าวว่าแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะเอากระทรวงหลัก 2 กระทรวงนี้คืน ก็อยากจะบอกว่าถ้าเอา 2 กระทรวงนี้คืนเท่ากับเป็นการผิดสัญญาในเงื่อนไขที่เคยมีให้กับพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่ง 4 เงื่อนไขนี้เป็นเงื่อนไขในที่ประชุม ส.ส. และกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ได้พิจารณาหลักเกณฑ์และการตัดสินใจที่จะเข้าร่วมรัฐบาล เมื่อเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่งผิดข้อตกลงแน่นอนที่สุดว่าประชาธิปัตย์จะต้องเสนอเงื่อนไขเหล่านี้กลับมาพิจารณาใหม่ในที่ประชุมพรรคอีกครั้ง ฉะนั้นพรรคพลังประชารัฐจะคิดว่ามัดมือชก คิดว่าได้นายกฯไปแล้วไม่แคร์พรรคร่วมรัฐบาล ส่วนตัวอยากบอกว่ามันไม่ง่ายอย่างที่คิดและเราเชื่อว่าถ้าคุณผิดสัญญาตั้งแต่ต้น ไม่มีหลักประกันใดว่าจะผิดสัญญาอีกต่อไป ตนเชื่อว่าประชาธิปัตย์จะต้องทบทวนในที่ประชุม ส.ส. และกรรมการบริหารพรรคกับเงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างแน่นอน

