‘ธรรมนัส’ ยันบ่ายนี้เคลียร์จบ เก้าอี้ รมต.ลงตัวแน่นอน ตอก ‘มงคลกิตติ์’ ไม่รู้เรื่อง แค่อยากแสดง

10.06.19 | 11:38 น.

‘ธรรมนัส’ เผยบ่ายนี้ปัญหาเก้าอี้ตำแหน่ง รมต.ยุติ จบด้วยดี มั่นใจ 11 พรรคเล็กไร้ปัญหา แค่ ‘พี่เต้’ ต้องการแสดงออก


เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 10 มิถุนายน ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.บัญชีรายชื่อและแกนนำพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลว่า ก็มีปัญหาตามข่าวที่ปรากฏ ซึ่งเป็นเรื่องของมารยาททางการเมืองเพราะเราอุตส่าห์ไปเชิญเขามาร่วม เด็กก็ควรอยู่แบบเด็กไม่ควรไปเทียบชั้นหัวหน้าพรรค ดังนั้น เราจะต้องไปตักเตือนว่าทำอะไรต้องคิด ไม่ใช่จะพูดออกมาอย่างเดียว แต่ก็เชื่อว่าทุกอย่างจะชัดเจนในช่วงบ่ายวันนี้ (10 มิถุนายน) ส่วนเรื่องการจัดตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีก็ต้องรอหลังโปรดเกล้าฯ ซึ่งจะต้องให้นายกฯเป็นคนจัดการ ทั้งนี้ ทางพรรคพลังประชารัฐจะมีการหารือกัน แต่ท้ายที่สุดจะต้องมีผู้ใหญ่มาเจรจาเพื่อยุติ ปัญหาจะจบลงได้เพราะเราอุตส่าห์มีการเลือกตั้งกันมาแล้ว ดังนั้น เชื่อว่าปัญหาทุกอย่างจะแก้ไขได้

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวต่อว่า ส่วนที่มีข่าวเรื่องการดึงเก้าอี้รัฐมนตรีออกมาอย่างต่อเนื่องนั้น มันเป็นเรื่องผลประโยชน์ของคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องของมติพรรค พรรคต้องให้ความสำคัญกับผู้ที่เป็น ส.ส. และต้องมีการสร้างกฎเกณฑ์เพื่อให้มีวินัย ไม่ใช่ว่าคิดจะพูดอะไรก็พูด โดยไม่คำนึงถึงผลเสียที่จะเกิดขึ้นกับบ้านเมือง

“จริงๆ ผู้บริหารของพรรคเราคุยกันอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าบางครั้งเด็กอาจจะไม่มีข้อมูลเพียงพอ กลายเป็นวาทกรรมที่ไปโต้ตอบกับพรรคอื่น ผมมีความเข้าใจว่าผู้ใหญ่ของพรรคคงจะมีการเรียกคุย และคงจะมีทิศทาง เหมือนการเลือกประธานสภา รองประธานสภาก็จบลงด้วยดี” ร.อ.ธรรมนัสกล่าว

Advertisement

เมื่อถามว่า ขณะนี้ประชาชนมองว่าพรรคการเมืองและนักการเมืองหาผลประโยชน์กัน ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า จริงๆ แล้วก็เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ก็เป็นห่วง กับการที่ไปพูดหรือไปเรียกร้องอะไรก็ตามให้กลุ่มก้อนของตัวเอง ทำให้พี่น้องประชาชนมองเป็นอย่างนั้น จริงๆ แล้วภาพรวมของพรรคเรามีการพูดคุยกันชัดเจน เชื่อว่าช่วงบ่ายของวันนี้น่าจะมีอะไรที่ชัดเจน

เมื่อถามถึงความเคลื่อนไหวต่อรองตำแหน่งของนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยศรีวิไลย์ ที่ออกมาแสดงท่าทีปลุก 11 พรรคเล็กทวงที่นั่งนั้น ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ก็มีเพียงนายมงคลกิตติ์คนเดียวเท่านั้น ซึ่งมองว่านายมงคลกิตติ์ยังไม่เข้าใจเรื่องการเมือง แต่มองเป็นเรื่องของสีสัน เวลาเขาคุยเป็นการเป็นงานก็เป็นคนจริง แต่บางครั้ง บางบริบท เค้าก็อยากจะแสดงออกก็ปล่อยเค้าไป แต่ก็ยอมรับว่าบางครั้งการแสดงออกก็กระทบต่อภาพลักษณ์