ปัญหา คมแหลม สนิม ใน พลังประชารัฐ แย่งชิง ตำแหน่ง

ถามว่าอะไรคือ ความมั่นใจทำให้ทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย ไม่ยอมเปิด DEAL ใหม่กับพรรคพลังประชารัฐ

คำตอบเห็นได้จากที่ยืนยัน “มันจบแล้ว”

เท่ากับระบุอย่างหนักแน่นและจริงจังว่า ทุกอย่างจบตั้งแต่วันที่ 4 จึงได้ยินเสียงขานชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดังจาก 51 เสียงของพรรคประชาธิปัตย์ 50 เสียงจากพรรคภูมิใจไทย

ทำให้รากฐานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่ที่ตัวเลข 500

ถามว่าข้อตกลงนี้เป็นเพราะการเจรจาระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย กับหัวหน้าและเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐอย่างนั้นหรือ

ตอบได้เลยว่า ไม่น่าจะใช่

ยิ่งเห็นท่าทีของ นายอุตตม สาวนายน ประสานเข้ากับท่าทีของ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ภายหลังการลงมติเมื่อคืนวันที่ 5 มิถุนายน ที่ว่าจำเป็นต้องหารือกันใหม่

ยิ่งทำให้เชื่อว่า DEAL ไม่น่าจะมาจาก 2 คนนี้

ระดับพรรคประชาธิปัตย์ไม่รู้หรือว่าใครคือเจ้าของพรรคพลังประชารัฐตัวจริง ระดับพรรคภูมิใจไทยไม่รู้หรือว่าใครคือเจ้าของพรรคพลังประชารัฐตัวจริง

หากติดตามกระบวนการตั้งแต่คืนวันที่ 24 มีนาคมก็จะได้คำตอบ

อย่าลืมเป็นอันขาดว่าข่าวที่ว่ามีการตกลงกันแล้วระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย จะเข้าร่วมรัฐบาลตั้งแต่คืนวันที่ 24 มีนาคมแล้ว

เป็นข่าวจากเครือข่ายใกล้ชิด “คสช.” ทั้งสิ้น

นั่นเป็นข้อตกลงในลักษณะเดียวกันกับที่เคยเจรจาและตกลงจัดตั้งรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ภายหลังการยุบพรรคพลังประชาชนในเดือนพฤศจิกายน 2551

อย่างที่รับรู้และเรียกกันว่า จัดตั้งรัฐบาลใน “ค่ายทหาร”

ยิ่งหากอ่านการโพสต์ข้อความของ นายธนกร วังบุญคงชนะ กับการโพสต์ข้อความของ นายสกลธี ภัททิยกุล ยิ่งเห็นได้ชัดว่าความขัดแย้งที่ฉาวโฉ่ ณ วันนี้มีรากมาจากไหน

ไม่ใช่จาก “ข้างนอก” หากแต่เป็น “ภายใน” พรรคพลังประชารัฐ

ถามว่าก่อนหน้านี้ นายธนกร วังบุญคงชนะ เดินตามหลังใคร ถามว่าก่อนหน้านี้ นายสกลธี ภัททิยกุล ได้ตำแหน่งรองผู้ว่าฯ กทม. มาอย่างไร

ก็จะสัมผัสได้ในความขัดแย้งที่ดำรงอยู่

เป็นความขัดแย้งที่น่าเกลียดถึงระดับที่ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย รู้ว่า เพื่อให้ได้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็พร้อมเอากระทรวงพลังงานมาแลก

รู้ทั้งรู้ว่าใครจองกระทรวงพลังงานอยู่

นี่จึงมิได้เป็นเรื่องอันมาจากพรรคประชาธิปัตย์ หรือพรรคภูมิใจไทย หากแต่ตอกย้ำให้เห็นว่าเป็นเรื่องการแย่งชิงของแต่ละ FACTION ภายในพรรคพลังประชารัฐ

ระหว่าง “กลุ่ม กทม.” กับ “กลุ่มสามมิตร”

ใครสะท้อนเสียงของ “กลุ่ม กทม.” ก็รู้กันอยู่ มิใช่หรือ ขณะเดียวกัน ใครสะท้อนเสียงของ “กลุ่มสามมิตร” ก็รู้กันอยู่ มิใช่หรือ

ทั้งหมดมิได้มาจากพรรคเพื่อไทย ทั้งหมดมิได้มาจากพรรคอนาคตใหม่

นี่คือปัญหาแรกที่เสนอขึ้นมาให้กับทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นับแต่การลงคะแนน 500 เสียงเมื่อคืนวันที่ 5 มิถุนายน

แม้ว่า “รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะ DESIGN มาเพื่อพวกเรา”

แต่คำถามขึ้นอยู่กับความเป็นจริงที่ว่า มิได้เป็นของ คสช.อย่างเดียว หากแต่ยังเป็นของกลุ่มแต่ละกลุ่มอันดำรงอยู่ภายในพรรคพลังประชารัฐ

รวมถึงกลุ่มที่ได้มาเพราะ “อภินิหารทางกฎหมาย” ด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon