หน้าแรก การเมือง ประยุทธ์ ลั่น...

ประยุทธ์ ลั่นไม่ถึงเวลาปลดล็อก ฉะนักการเมืองพฤติกรรมแย่ เคยเปลี่ยนตัวเองบ้างไหม?(คลิป)

30.05.16 | 13:52 น.

“ประยุทธ์” ลั่น ไม่ถึงเวลาปลดล็อกนักการเมืองจัดกิจกรรม อ้าง พฤติกรรมไม่เปลี่ยน พูดชัด ห้ามไม่ได้ใครจะฉวยโอกาสหนีคดีไปอยู่นอก บ่น ปฏิวัติร้อยครั้งก็เหมือนเดิม ถ้าจิตคนไม่เปลี่ยน

เมื่อเวลา 12.10 น. วันที่ 30 พฤษภาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้สัมภาษณ์กรณีการผ่อนคลายคำสั่งคสช. ให้นักการเมืองสามารถเดินทางไปต่างประเทศได้ว่า การผ่อนคลายดังกล่าวไม่มีใครสามารถกดดันตนได้อยู่แล้ว เพราะทำเพื่อคนไทย ประเทศไทย ฉะนั้นใครไม่เห็นชอบด้วย เขาก็ไปแสดงความคิดเห็นในช่องทางที่สร้างสรรค์เรื่องนี้ไม่ใช่เกิดมาเมื่อไม่กี่วัน เพื่อนำไปสู่การทำประชามติ ไม่เกี่ยวกัน แต่เรื่องนี้เริ่มมาตั้งแต่ 22 พฤษภาคม 2557 และเมื่อเห็นว่านานมาแล้วจึงผ่อนคลายให้เท่านั้นเอง ไม่เกี่ยวกับประชามติ ไม่เกี่ยวกับอะไรทั้งสิ้น ทุกคนอยากให้ผ่อนคลาย ตนก็ทำให้ คุณจะต้องให้ใครมากำหนดกฎเกณฑ์ประเทศคุณหรือ เราก็ทำตามพันธะสัญญาโลกอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ฝ่ายการเมืองอยากให้ผ่อนคลายในเรื่องกิจกรรมทางการเมืองในแต่ละพรรค นายกฯกล่าวว่า ยังไม่ผ่อน ยังไม่ถึงเวลา นักการเมืองเคยเปลี่ยนแปลงตัวเองบ้างหรือยัง พรรคไหนที่ยังไม่เปลี่ยน เมื่อถามว่าก่อนการทำประชามติประมาณ 1 เดือน จะพิจารณาผ่อนคลายเพิ่มเติมหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ยังไม่รู้ ดูสถานการณ์ก่อน ถ้ามันวุ่นวายขึ้นมาแล้วเลือกตั้งไม่ได้ ก็โทษตนอีก คิดสองมุมนี้บ้าง ตนทำทุกอย่างให้เกิดความสงบเรียบร้อย เพื่อเดินไปตามโรดแมปก็เท่านั้นเอง แต่ถ้าเขามุ่งหมายจะล้มทุกอย่างที่ทำอยู่แล้วทั้งหมด ท่านจะอยู่ตรงไหนกัน

เมื่อถามว่ามีอะไรเคลื่อนไหวอื่นนอกจากที่ปรากฏในสื่อหรือไม่จึงไม่พิจารณาให้พรรคการเมืองจัดกิจกรรมใดๆ ได้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สื่อต้องไปถาม เขาทำอะไรบ้าง วิเคราะห์เองได้ไม่ใช่หรือ เอาแค่ที่เขาเขียนในโซเชียลมีเดีย กับการให้ข่าวตามสื่อตรงนี้ วิเคราะห์กันให้ออก ซึ่งตนวิเคราะห์ตามข้อมูลฐานข่าวที่มีอยู่ เขายังไม่หยุด ตนไม่ได้มองเป็นศัตรู หากมองเช่นนั้นคงลงโทษพวกเขาหมดแล้ว คงไม่ให้เคลื่อนไหวขนาดนี้หรอก แต่เขาก็ไม่เห็นในสิ่งที่ตนทำดีๆ ให้กับเขา ขณะเดียวกันยังยืนยันในสิ่งที่เขาทำมาตลอดว่าถูกต้อง โดยไม่คำนึงถึงข้อกฎหมายและวิธีบริหารจัดการที่ถูกต้อง ในฐานะเป็นผู้บริหาร ซึ่งตนทำให้ถูกก็ยังไม่ยอม แล้วจะยังไงกันต่อไป จะเกิดขึ้นเยอะกว่าเดิมหรือไม่ในรัฐบาลต่อไป เรื่องที่ได้รื้อมานั้นจะหยุดหรือไม่ ต้องคิดอย่างนั้น ตนห่วงตนนั้นมากกว่า คนไทยทุกคนและสื่อไม่ห่วงหรือ วันนี้ทำทุกอย่างให้โปร่งใส มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น กฎหมายมีผลบังคับใช้อย่างเที่ยงธรรมเป็นธรรม ที่อ้างว่าไม่เป็นธรรมก็ฟ้องมา มีช่องทางอยู่แล้ว อย่าเอามาพันกัน มันจะแก้ไม่ได้

Advertisement

เมื่อถามว่า นายกฯจะบอกได้หรือไม่ว่า ในสมัยการบริหารประเทศนี้จะไม่มีนักการเมืองหนีคดีทุจริตไปต่างประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนจะไปรับประกันเขาได้อย่างไร ต้องไปถามคนที่อยู่ในคดี ก็นี่ไง พอตนไม่ให้เดินทางไปต่างประเทศก็ดิ้นรนให้เขาออก ถ้าเขาหนีไปก็อย่ามาโทษตน จะเอาทุกอย่างในเวลาเดียวกันไม่ได้หรอก

“คุณไม่ให้โอกาสผมทำงาน แต่จะเรียกให้อีกข้าง มันก็เป็นอย่างนี้ ก็แลกเอา ฉะนั้นอย่ามาถามว่าเขาจะหนีไหม ถามผมได้ไง ผมไม่ได้อนุญาตให้เขาหนี ผมอนุญาตให้เขาไปต่างประเทศตามที่เรียกร้อง ไปเยี่ยมญาติไปอะไรต่างๆ ผมก็ให้เสรี แต่ถ้าเขาหนีไม่ใช่เรื่องของผม ก็ต้องใช้กลไกทางกฎหมายอินเตอร์โพล ตามจับตัวมา สุดแล้วแต่ต่างประเทศจะร่วมมือหรือเปล่า วันนี้สภาวะแวดล้อมต่างๆ เขาก็ไปสร้างความบิดเบือนเรื่องต่างๆไว้เยอะแยะ เต็มไปหมดข้างนอก แล้วสื่อก็ไปคล้อยตามเขียนให้เขา มันก็เป็นอย่างนี้” นายกฯกล่าว

เมื่อถามว่า หากนักการเมืองไปพูดเรื่องประชาธิปไตยหรือสถานการณ์การเมืองของไทยบนเวทีโลกได้หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า จะตามไปห้ามเขาได้ไหม หากจับตาแล้วจะถึงตัวไหม เขาไปต่างประเทศ แต่ถ้าอยากจะพูดก็พูดไปแล้วจะนับถือคนเหล่านี้ก็ตามใจ

เมื่อถามว่า ถ้าไปพูดแล้วมีผลกระทบจะมีการพิจารณาทบทวนเป็นกรณีหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ไม่รู้ ยังไม่ขอพูดตรงนี้ โดยเป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคงดูอยู่ ทุกอย่างโยนมาที่รัฐบาลหมด ไม่รู้จะทำอะไรก่อนหลัง แล้วไม่รับอะไรกันเลย ไม่ต้องการเข้าระเบียบมันก็เป็นอยู่อย่างนี้ ฉะนั้นคนไทยทุกคนต้องร่วมกันรับผิดชอบทั้งหมด เพราะตนกำลังแก้ให้คนทั้งประเทศ ต้องกระจายความรับผิดชอบ ไม่ใช่มุ่งแต่กระจายอำนาจแต่ความรับผิดชอบไม่มี มันก็จะเละไปกว่าเดิม อย่างกรณีวันข้างหน้าที่พลังงานขาดแคลน ประเทศไทยพร้อมในทุกมิติหรือยัง ความคิดความอยู่ร่วม ความรับผิดชอบ จิตสำนึก มีหรือไม่ การไม่ทุจริตมีด้วยตัวเองหรือไม่

“ต่อให้เขียนกฎหมายอย่างไร ปฏิวัติร้อยครั้ง ก็ยังเป็นแบบเดิม เพราะคนเราไม่เปลี่ยนแปลง” นายกฯกล่าว