‘มงคลกิตติ์’ บอกถ้ามีโอกาสคุมศึกษาฯ จะส่งเสริมนร.ทุกระดับ ซึมซับปวศ.ชาติไทย 800ปี

เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.พรรคไทยศรีวิไลย์ โพสต์ข้อความแสดงความเห็นระบุว่า ปัญหาการศึกษาไทยมีหลายส่วนด้วยกัน ถ้าผมได้มีโอกาสเข้าไปบริหารการศึกษาของชาติในอนาคต ศธ. ซึ่งมีหน่วยงานในกำกับ อาทิ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐ(สพฐ) สำนักงานคณะกรรมการอาชีวะศึกษา(สอศ) สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สภาการศึกษา การศึกษานอกโรงเรียน(กศน) การศึกษาเอกชน(สช) สกสค. องค์การค้าของ สกสค. และ คุรุสภา ภายใน 6 เดือน ผลงานต้องออกสำเร็จเป็นรูปธรรม ตามสไตล์ อ.เต้ 007 รวดเร็ว ปราดเปรียว เร้าใจ จะต้องดำเนินการดังนี้ 1.เราต้องดูแลเด็กตั้งแต่ระดับเตรียมอนุบาล-อนุบาล ช่วง 1.5-6 ขวบ อย่างดีที่สุด เป็นช่วงที่พัฒนาสมองดีที่สุด อาทิ อาหารเสริมสมอง ทักษะคิดวิเคราะห์ ความฉลาดทางอารมณ์ งบอุดหนุน บุคคลากรต้องพร้อม 2.จัดการเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนใหม่ ทุกระดับ กับ ขนาดโรงเรียนให้สอดคล้องกัน โดยไม่มีจุดรั่วไหลในการทุจริตงบรายหัวที่ซ้ำซ้อนกัน 3.แก้ปัญหาราคาหนังสือแบบเรียน สำหรับ นักเรียน 9 ล้านคน อาทิ คณิตศาสตร์-วิทยาศาสตร์ ของ สสวท. ภาษาไทย ของ สำนักวิชาการ สพฐ. ที่มีราคาแพงมากไม่สอดคล้องกับภาคเอกชนที่มีราคาถูก ทำให้ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา นักเรียนได้หนังสือไม่ครบ 8 กลุ่มสาระ ได้แค่ 3 สาระ เพิ่มภาระผู้ปกครองนักเรียน ซึ่งผิดวัตถุประสงค์เงินอุดหนุนค่าหนังสือรายหัวนักเรียน

“4.ส่งเสริมให้นักเรียนทุกระดับซึมซับอยู่ในสายเลือดของความเป็นชาติ ศาสนา และ สถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงประวัติศาสตร์ของชาติไทยที่มีมาอย่างยาวนานกว่าเกือบ 800 ปี  5.แก้ปัญหาการแต่งตั้งโยกย้าย ครู ผู้บริหาร ให้เกิดความยุติธรรม สุจริต เป็นธรรม เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดี 6.การเลื่อนวิทยะฐานะครู ขึ้นอยู่กับคุณภาพของนักเรียนแรกเริ่มเปรียบเทียบปัจจุบัน โดยไม่ผูกติดกับการอบรมครู 7.ส่งเสริมให้นักเรียนที่มีความสามารถแต่ละด้านไปให้ถึงที่สุด 8.แก้ปัญหาขนาดห้องเรียนให้เหมาะสมกับคุณภาพผู้เรียนไม่เกิน ห้องละ 20 คน(อนุบาล) ห้องละ 30 คน(ประถม) ห้องละ 40 คน(มัธยม) เป็นการกระจายทรัพยากรครู สถานที่ ภาระงานให้ได้ประสิทธิภาพ อีกอย่างเป็นแก้ปัญหาแป๊ะเจี๊ยไปในตัว 9.ส่งเสริมให้นักเรียนศึกษาต่อในระดับอาชีวะศึกษา เพิ่มตลาดแรงงานเฉพาะด้าน ให้มีเงินเดือนตั้งแต่เรียน ปวช.1-3 รองรับกับงานภาคเอกชน ที่มีคุณภาพ 10.แก้ปัญหาหนี้สินครู โดยการตัดหนี้ดอกเบี้ยเดิม ตั้งธนาคารครู จ่ายหนี้เก่า เริ่มใหม่ ให้ดอกเบี้ยไม่เกิน 3.5-4.5% 11.แก้หนี้ องค์การค้าของ สกสค.กว่า 6 พันล้านบาท โดยการใช้ทรัพยากรเดิมให้คุ้มค่า รับงานหารายได้เพิ่ม ไม่ปลดพนักงานเก่า 12.ปรับปรุงให้คุรุสภามีความเข้มแข็งในการควบคุมมาตราฐานวิชาชีพ 13.ปรับปรุง สกสค.ให้เพิ่มศักยภาพให้การดูแล ครูและบุคคลากรทางการศึกษา มีประสิทธิภาพมากขึ้น 14.ส่งเสริมให้โรงเรียนเอกชนมีความเข็มแข็ง เพื่อแข่งขันกับโรงเรียนรัฐบาล เพื่อร่วมกันพัฒนาประเทศ 15.เพิ่มศักยภาพสภาการศึกษา ให้เป็นมันสมองในการขับเคลื่อนการศึกษาภาพรวม 16.ส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ในโรงเรียนและสถานศึกษา”

บทความก่อนหน้านี้‘ทรูวิชั่นส์’ คว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ‘พรีเมียร์ลีก อังกฤษ’ 3 ฤดูกาลรวด เริ่ม 10 ส.ค. นี้
บทความถัดไป“เนสท์เล่”ร่วมรณรงค์ลดพลาสติก นำไปรีไซเคิลช่วยผู้ป่วยติดเตียง