ผู้มีอำนาจในพรรค : สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

14.06.19 | 13:00 น.

พรรคพลังประชารัฐก่อตั้งขึ้นมาได้ปีเศษๆ และประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งจนได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล แต่ไม่ทันไรกำลังจะต้องเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและตำแหน่งสำคัญของพรรคในราวเดือนหน้านี้

เปลี่ยนทั้งหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค กรรมการบริหารพรรค

โดยจะมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเป็นหัวหน้าพรรคเอง พร้อมทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็จะต้องเข้ามาร่วมทำงานเคียงคู่ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรค

ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่า บรรยากาศในขั้นตอนเจรจาจับขั้วรัฐบาล เต็มไปด้วยปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกันอลหม่าน ทั้งการพูดคุยระหว่างพรรค และทั้งภายในพรรคพลังประชารัฐเอง

บ่งบอกว่า นายอุตตม สาวนายน กับคณะที่เรียกกันว่า 4 กุมารนั้น ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ โดยเฉพาะกับมุ้งต่างๆ ในพรรค

Advertisement

จึงต้องเปลี่ยน

ซึ่งก็เป็นจังหวะเหมาะพอดีที่คนมีอำนาจในพรรคนี้ตัวจริงจะเปิดตัวออกมาเสียที

อีกส่วนก็บ่งชี้ว่า เพราะการก่อตั้งพรรคนี้ เป็นไปแบบหลวมๆ ไปดูดไปดึงกันมา ทำให้เกิดขั้วอำนาจภายในเต็มไปหมด ไม่มีใครคุมใครได้

เลยต้องมาผ่าตัดปรับเปลี่ยนกันใหม่หมด พร้อมกับให้นายพลเอกเสียงดังๆ มานั่ง
คุมเอง ไม่เช่นนั้นคงเอาไม่อยู่

แต่เอาบิ๊กตู่ บิ๊กป้อม มาคุมแบบนี้ คงได้ผลเรื่องการหยุดปัญหาภายในพรรคเท่านั้น

ส่วนปัญหาภายนอกที่ต้องเผชิญกับเกมการเมืองในสภา ต้องเจอกับฝ่ายค้านที่ไม่ธรรมดา ไปจนถึงสภาพที่เสียงในสภาของรัฐบาลปริ่มน้ำอย่างมาก ส่วนนี้จะแก้ได้ด้วย
2 พลเอกดังกล่าวหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป

ตอนก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐขึ้นมา เป็นที่จับตามองกันว่า จะซ้ำรอยพรรคทหารในอดีตหรือไม่ เช่น พรรคเสรีมนังคศิลา พรรคสหภูมิ พรรคสหประชาไทย หรือใกล้สุดคือ พรรคสามัคคีธรรม ซึ่งตั้งขึ้นมาโดยคณะรัฐประหาร รสช.เพื่อรองรับการเลือกตั้งในปี 2535

ก็คือตั้งขึ้นมาหลวมๆ เพื่อปูทางให้ผู้นำกองทัพ เข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี บนถนนสายประชาธิปไตย

แล้วลงเอยเป็นพรรคเฉพาะกิจ ไม่อาจเป็นสถาบันทางการเมืองในระยะยาวได้

พรรคพลังประชารัฐตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับการเป็นนายกฯสมัยที่สองของ พล.อ.ประยุทธ์ โดยทำได้สำเร็จเรียบร้อย

แม้จะชนะเลือกตั้งมาเป็นอันดับ 2 รองจากเพื่อไทย แต่ด้วยความพร้อมที่ตระเตรียมเอาไว้ล่วงหน้าแล้วในทุกวิถีทาง เช่น มีพรรค 25 ส.ว.นอนรอโหวตให้เป็นนายกฯอยู่แล้ว จึงทำให้พลังประชารัฐเป็นพรรครัฐบาลได้ตามเป้าหมาย

จากนี้ไปก็ต้องบริหารประเทศเพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าทำให้ประเทศชาติดีขึ้นขนาดไหน

ไปจนถึงจะสามารถฝ่ามรสุมการเมืองในสภาได้ยาวนานแค่ไหน

ประมาณกันว่าอายุรัฐบาลนี้น่าจะไม่ยาวนานนัก ตอนนี้พรรคใหญ่ทุกพรรค สั่งเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งใหม่ในปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า

พรรคพลังประชารัฐปรับทัพคราวนี้ มีบิ๊กตู่และบิ๊กป้อมโดดลงมาคุมเอง

คงเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับสนามเลือกตั้งครั้งต่อไป โดยเป้าหมายสำคัญคือการกลับมาเป็นรัฐบาลให้ได้อีก

แต่ก่อนจะถึงวันนั้น เฉพาะหน้าคือการเป็นรัฐบาลที่ทำให้เศรษฐกิจปากท้องชาวบ้านดีขึ้นหรือไม่ เป็นเรื่องใหญ่สุด

เป็นจุดชี้ชะตารัฐบาลบิ๊กตู่ที่สำคัญที่สุด

สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน