09.00 INDEX ​​​บทสรุป ประยุทธ์ จันทร์โอชา ณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

14.06.19 | 08:36 น.

บทสรุปภายในพรรคพลังประชารัฐที่จะผลักรุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคแทน นายอุตตม สาวนายน อาจ ถือได้ว่าเป็น “พัฒนาการ”


​เป็นพัฒนาการเหมือน จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เมื่อปี 2501เป็นพัฒนาเหมือน จอมพลถนอม กิตติขจร เมื่อปี 2512

​นั่นก็คือ มีการรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายนและมีการเลือก ตั้งในเดือนธันวาคม 2500 หลังจากนั้นในปี 2501 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก็เข้าเป็นหัวหน้าพรรคชาติสังคม

​นั่นก็คือ หลังรัฐประหารเมื่อเดือนตุลาคม 2501 มีการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญจนผ่านจากยุค จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เข้าสู่ ยุค จอมพลถนอม กิตติขจร จึงได้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2511

Advertisement

​ก่อนการเลือกตั้งในปี 2512 ก็มีการตั้งพรรคสหประชาไทย

ไม่ว่าการตั้งพรรคชาติสังคมในปี 2501 ไม่ว่าการตั้งพรรคสหประชาไทยในปี 2512 ดำเนินไปเหมือนกับการตั้งพรรคพลังประชารัฐ ในปี 2561

​นั่นก็คือ ใช้”พลังดูด”เอาบรรดาอดีตส.ส.จากหลายพรรคการ เมืองเข้ามารวมกัน

​ผลของพรรคชาติสังคมเป็นอย่างไร ผลของพรรคสหประชาไทยเป็นอย่างไร สมควรอย่างยิ่งที่จะเป็นบทเรียนสำหรับพรรคพลังประชารัฐ

​เพราะพรรคชาติสังคมคือแหล่งรวมของอดีตส.ส.จากพรรค เสรีมนังคศิลา เพราะพรรคสหประชาไทย
คือแหล่งรวมของพรรคชาติสังคมอันไหลมาจากพรรคเสรีมนังศิลา

ในเดือนตุลาคม 2501 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก็ทำรัฐประหาร ยุบสภา ฉีกรัฐธรรมนูญ

​ในเดือนพฤศจิกายน 2514 จอมพลถนอม กิตติขจร ก็ทำรัฐ ประหาร ยุบสภา ฉีกรัฐธรรมนูญ

​นี่คือการรัฐประหาร”ซ้ำ” นี่คือการถลำลึกในทางการเมือง

การที่จะผลักรุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีเข้าดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธานที่ปรึกษา
​จึงเป็นความจำเป็นจากรากฐานเดิมของพรรคพลังประชารัฐ

​เหมือนกับจะเป็น “พัฒนาการ” แต่กระบวนการพัฒนาการนี้ก็เท่ากับเป็นการถลำลึกลงไปในเขาวงกตในทางการเมืองลึกยิ่งขึ้น

​ลึกจนอาจยากลำบากยิ่งในยามถอนตัว