หน้าแรก การเมือง พปชร.ย้ำ ไม่ต...

พปชร.ย้ำ ไม่ต้องการความขัดแย้ง ‘ธนาธร’สวน ใครคือต้นเหตุ คนรักปชต.หรือพวกนั่งร้านรปห.?

14.06.19 | 21:03 น.

โต้เดือด! “วิเชียร” ปัด ไม่ใช่องครักษ์ “บิ๊กตู่” ชี้ คนเอเชียไม่เหมือนฝรั่ง เถียงการเมืองไม่เกิน 2 คำก็ปะทะแล้ว ย้ำ พปชร.ไม่ต้องการความขัดแย้ง ด้าน “ธนาธร” จี้ถาม ใครเป็นต้นตอความขัดแย้งกันแน่ ระหว่างปชช.ที่เรียกร้องปชต. กับคนที่เป็นนั่งร้านให้คณะรัฐประหาร


วันนี้ (14 มิ.ย.) ที่ห้องร.103 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงหนึ่งของการเสวนาหัวข้อ “ทิศทางการเมืองไทยภายใต้รัฐบาลใหม่: การเมืองของความหวัง หรือจุดเริ่มต้นของวิกฤตครั้งใหม่” โดยได้มีการตอบคำถามตอบโต้กัน ระหว่าง นายวิเชียร ชวลิต นายทะเบียนสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กับ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่(อนค.) ต่อคำถามที่ว่า จะทำอย่างไรให้สามารถนำความขัดแย้งขึ้นมาถกเถียงบนโต๊ะได้ โดยไม่ลงไปสู่ท้องถนน โดย นายวิเชียร กล่าวตอนหนึ่งว่า นิสัยคนเอเชีย โต้เถียงไม่เกินสองคำเดี๋ยวปะทะกันแล้ว เราจะเอาแบบฝรั่งไม่ได้ ก่อนหน้านี้สงสารคนเป็นรัฐมนตรี ไปจังหวัดนั้น จังหวัดนี้ไม่ได้ พรรคพปชร.ไม่ต้องการให้มีบรรยากาศแบบนั้น

“สิ่งหนึ่งที่จะเล่าให้นายธนาธรฟัง คือไม่ใช่ปี 2549 ที่เป็นศูนย์กลางความขัดแย้ง แต่เราผ่านสมรภูมิมาเยอะ ผมไม่ได้มาในฐานะพรรคพปชร.ที่จะปกป้องคสช. ดังนั้น ที่บอกว่าเป็นองค์รักษ์พล.อ.ประยุทธ์ ความจริงคงไม่ใช่ ประเด็นความขัดแย้งและความแตกต่างในสังคม ไม่ได้มาจากแค่การเมืองเพียงอย่างเดียว แต่มาจากชีวิตและสังคม ซึ่งมีความแตกต่างอย่างมากในรัฐบาลที่ผ่านมา ไม่สามารถลดความเหลื่อมล้ำได้ เมื่อเหลื่อมล้ำมาก ความขัดแย้งก็สูง ดังนั้น ต้องขจัดความเหลื่อมล้ำไปจากสังคม เราเรียกร้องทางการเมืองอย่างเดียวไม่ใช่การแก้ปัญหา ถ้าบอกว่าจะทำอะไรก็ตามที่ขออย่างเดียวคือเปิดให้ฝรั่งยอมรับว่าเป็นประชาธิปไตยร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมไม่เชื่อว่าจะประสบความสำเร็จ ซึ่งไม่ได้แปลว่า ผมไม่ให้ใช้ประชาธิปไตย แต่ผมเรียกร้องให้เราเลือกทางเดินที่จะทำให้สังคมสงบเรียบร้อยและเดินไปข้างหน้าได้ ไม่ต้องการให้มีความขัดแย้ง ถ้าทำอะไรไม่ได้ ต่อไปก็ลงไปบนถนน ปัญหาก็ไม่จบ” นายวิเชียร กล่าว

ด้าน นายธนาธร กล่าวแย้งว่า ตกลงคนที่เป็นต้นตอความขัดแย้ง คือคนที่เรียกร้องประชาธิปไตย หรือ คนที่ขโมยอำนาจจากเราไปแล้วไม่คืน คนทุกคนควรมีสิทธิเสรีภาพ ได้รับการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน สิ่งที่ตนพูดไม่ได้ไกลเกินฝัน อยู่ในวิสัยที่ทำได้ ประเทศไทยเคยเป็นดวงประทีปแห่งความหวังเรื่องประชาธิปไตยในอาเซียน แต่เราถดถอยแค่ไหนในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา

Advertisement

“สุดท้าย ระหว่างนักการเมืองที่ไปเป็นนั่งร้านให้การสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร หรือคนที่เรียกร้องประชาธิปไตยกันแน่ที่เป็นต้นตอของปัญหา ถ้าใครเป็นนั่งร้านให้คณะรัฐประหาร ไม่ต้องมาโอ้อวดว่าเกิดเดือนตุลาปีไหน มองหน้าประชาชนแล้วถามว่า ทำไมถึงยอมสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ อย่าลืมว่าพูดเรื่องความรุนแรงในสังคม ตุลาปีนั้นรุนแรงแค่ไหน แต่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นหนึ่งในศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เป็นหนึ่งใน คสช. แล้วจะตอบเรื่องนี้กับประชาชนอย่างไร ทำไมไม่กล้าพูดเรื่องจริง ว่าคนที่เป็นต้นตอปัญหาของความขัดแย้ง ไม่ใช่คนที่ลุกขึ้นมาทวงสิทธิเสรีภาพ แต่เป็นคนที่ขโมยอำนาจของเราไปและเขียนกติกาให้อำนาจอยู่กับพวกเขาไปนานแสนนาน ต้องถามกลับเรื่องนี้ อย่าให้เขาตีกินง่ายๆ” นายธนาธร กล่าว

นายธนาธร กล่าวด้วยว่า การจะลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย ยุติราชการรวมศูนย์ ปฏิรูประบบราชการ ว่ากันด้วยข้อเท็จจริง ตั้งแต่การรัฐประหาร 2549 อำนาจถ่ายเทไปสู่ท้องถิ่นหรือถูกดึงจากท้องถิ่นเข้ามาส่วนกลางมากกว่ากัน อำนาจที่กระจุกตัวอยู่ศูนย์กลางทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคมอย่างมหาศาล เพราะอำนาจคืองบประมาณ จะใช้ทำอะไร ที่ไหน ให้ใคร นี่คืออำนาจ จะสร้างรถไฟฟ้าใน กทม.หรือไปสร้างโรงพยาบาลดีๆ ในต่างจังหวัด นี่คืออำนาจ แล้วรัฐแบบไหนที่จะส่งเสริมให้เกิดการกระจายอำนาจในสังคม ส่วนเรื่องเทคโนโลยี ถ้าไม่เชื่อว่า ประเทศไทยพัฒนาเทคโนโลยีได้ด้วยตัวของเราเอง ก็ไม่ต้องทำ ตนจะทำให้ เพราะก่อนที่ตนออกจากบริษัทไทยซัมมิท บริษัทมีหุ่นยนต์มากที่สุดในประเทศไทย 1,600 ตัว นำมาใช้ในระบบการผลิตตั้งแต่ปี 2006 ตั้งแต่ไม่มีใครพูดเรื่องหุ่นยนต์ในประเทศไทย และก่อนลาออก บริษัทก็กำลังพัฒนาเอไอตัวแรกของบริษัท บริษัทเป็นบริษัท TOP 5 ในโลกที่นำอะลูมิเนียมมาใช้แทนเหล็ก เพื่อทำให้วัสดุที่ใช้ในยานพาหนะมีน้ำหนักลดน้อยลง ทำให้รถยนต์เคลื่อนที่ได้ไกลขึ้นต่อ 1 หน่วยพลังงาน ทำให้การเดินทางมีประสิทธิภาพมากขึ้น โลกเขียวมากขึ้น ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลน้อยลง ดังนั้น ตนจึงเชื่อว่าคนไทยสามารถผลักดันประเทศไทยได้ดีกว่านี้ และพร้อมต่อกรกับโลกาภิวัตน์มากกว่านี้