‘เทพไท’ ยัน 7 รมต.ปชป. เหมาะสม -ทำงานแข่งเวลา กู้ศรัทธาคืนเพื่อเลือกตั้งครั้งหน้า

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความแสดงความเห็นกรณีการประชุมพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อสรรหารัฐมนตรี 7 คน ตามโควต้าไปดำรงตำแหน่งในรัฐบาล โดยระบุว่า

เมื่อคืนที่ผ่านมาต้องยอมรับความจริงว่า พรรคประชาธิปัตย์มีวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็งจริงๆ เพราะมีการประชุมร่วมของ ส.ส.กับ กก.บห. เพื่อพิจารณาผู้เหมาะสมกับตำแหน่งรัฐมนตรีในนามพรรค ยาวนาน 9-10 ชม. นับว่าเป็นการประชุมมาราธอนอีกครั้งหนึ่งของพรรค

ในที่ประชุมค่อนข้างมีความเห็นที่หลากหลาย มีการอภิปรายเรื่องคุณสมบัติของแคนดิเดตแต่ละคนอย่างกว้างขวาง ในที่สุดก็หาขอสรุปกันได้ แม้ว่าจะมีความเห็นต่างอยู่บ้าง แต่สุดท้ายก็มีข้อสรุปตรงกัน เห็นชอบแคทดิเดตทั้ง 7 คนตามที่ กก.บห.เสนอมาอย่างราบรื่น

ขอแสดงความยินดีกับเพื่อนสมาชิกทั้ง 7 คน ที่ได้รับมอบหมายให้ไปทำหน้าที่แทนเพื่อนๆ ในรัฐบาลชุดนี้ ขอให้ทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ ผลักดันเงื่อนไขในการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคให้สำเร็จทั้ง 3 ข้อ เพื่อประโยชน์ของพรรค ประเทศชาติ และประชาชนให้จงได้

สำหรับเพื่อนๆ อีกหลายคนที่พลาดตำแหน่งในครั้งนี้ ขอให้มีกำลังใจในการทำหน้าที่ ส.ส.ที่ดีของพรรคและประชาชนการทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองไม่จำเป็นต้องเป็นรัฐมนตรี หรือฝ่ายบริหารเท่านั้น การเป็นฝ่ายนิติบัญญัติก็สามารถทำหน้าที่ออกกฎหมาย ตรวจสอบ ถ่วงดุลย์ฝ่ายบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพได้

ในพรรคประชาธิปัตย์เรายังมีสมาชิกที่มีความสามารถอีกหลายคน แต่ตำแหน่งมีจำกัด ก็ต้องรอโอกาสในครั้งต่อไป เชื่อมั่นว่า พรรคจะต้องให้โอกาสกับสมาชิกที่มีความรู้ความสามารถที่ยังเหลืออยู่ ขอให้เรายึดมั่นในอุดมการณ์ของพรรค สักวันหนึ่งโอกาสก็จะเป็นของพวกเราทุกคน

ขอขอบคุณในน้ำใจและสปิริตของ ส.ส.ทุกคน ที่ยอมรับกติกาและมติของที่ประชุม อาจจะไม่ถูกใจเพื่อน ส.ส.ทุกคน แต่ถือได้ว่ามติของพรรคครั้งนี้เป็นความลงตัว และเหมาะสมทุกประการ ผลงานเท่านั้นที่จะพิสูจน์ฝีมือของท่าน ถ้าท่านไม่ประสบความสำเร็จในการทำหน้าที่ ก็ต้องพร้อมยอมรับความเปลี่ยนแปลง

มีการคาดเดาจากหลายฝ่ายว่า รัฐบาลชุดนี้อาจจะมีอายุสั้น อยู่ไม่ครบเทอม รัฐมนตรีของพรรคทุกคนจะต้องทำงานแข่งกับเวลา เพื่อกู้ศรัทธาจากพี่น้องประชาชนกลับมาโดยเร็วที่สุด เพื่อผลการเลือกตั้งครั้งหน้า จะได้นำพาพรรคกลับมาสู่จุดเดิม เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลต่อไป

บทความก่อนหน้านี้‘จุดบอด’ และ ‘สภาวะตกหลุมอากาศ’ ของขบวนการสหกรณ์ไทย : โดย จุมพล พูลภัทรชีวิน
บทความถัดไปพณ.เกาะติดประท้วงในฮ่องกง อีกครั้ง 16-17 มิ.ย. ห่วงยืดเยื้อกระทบการค้าได้