“ซินแสเข่ง” แนะ “ช่อ-ธนาธร” ต้องไปด้วยกันป้องความขัดแย้ง ส่วนปชป.ปีนี้ทั้งปียังเจอปัญหาทั้งในและนอกพรรคเหตุ “จุรินทร์” ตกเลขศัตรู

16.06.19 | 10:35 น.

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน นายชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง (ซินแสเข่ง) ผู้อำนวยการสถาบันโหรา ศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ได้วิเคราะห์ดวงพรรคประชาธิปัตย์ กับความขัดแย้ง ทั้งในพรรค และนอกพรรค พบว่ามรสุมปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคประชาธิปัตย์ยังรุมเร้าไม่จางหาย คุณจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคยังเจอมรสุมรออยู่อีกมากมายกับความขัดแย้งกับความตั้งใจที่จะทำให้ดีกลับถูกมองในแง่ร้าย เพราะดวงชะตาปี 2562 ตกดวงแห่งความขัดแย้งภายในจนทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจ กลายเป็นสร้างความเป็นศัตรูให้เกิดขึ้น และถูกมองในแง่ร้ายจากบุคคลที่ไม่หวังดีอิจฉาริษยานำเรื่องของตนเองไปพูดให้เสียหายจนกลายเป็นความขัดแย้งภายใน

นายชนม์ทรรศน์ กล่าวว่า ถึงแม้นว่าจะมีการแก้ไขปรับเปลี่ยนสีฉากหลังของพระแม่ธรณีบีบมวยผมเป็นสีเหลืองก็ตามก็ไม่ได้ช่วยให้คลี่คลายไปในทางที่ดีให้กับพรรคประชาธิปัตย์ได้ ปีนี้ยุคของคุณจุรินทร์จึงต้องทำใจที่จะต้องเจอมรสุมจากบุคคลภายในพรรคอีกมากมาย ซึ่งถ้าถามถึงโลโก้ของพรรคประชาธิปัตย์ความจริงแล้วใช้โลโก้เป็นวงกลมมีรูปพระแม่ธรณีบีบมวยผมอยู่ภายในตกอยู่ในธาตุน้ำ ซึ่งจะบ่งบอกถึงจะทำให้มีการปรับตัวเข้าหากันได้ดีและมีผู้ร่วมชะตาชีวิตด้วยกันที่จะทำให้สามารถปรับตัวเข้าหากันได้ แต่ที่ยังมีปัญหาที่ไม่สามารถที่จะปรับตัวเข้าหากันได้นั้นมาจากดวงของผู้นำหัวหน้าพรรค คุณจุรินทร์ซึ่งตกดวงเป็นศัตรูในปี 2562 ทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งสร้างความเป็นศัตรูภายในพรรคก่อให้เกิดความไม่เข้าใจสับสน ลังเลทำให้ต้องมีการเจรจาเพื่อจูนความคิดให้ตรงกัน

“ส่วนดวงชะตาคุณช่อ พรรณิการ์ วานิช ความจริงแล้วโดยบุคลิคทั่วไปเป็นคนที่มีครูบาอาจารย์อยู่ในตัวเป็นคนที่สามารถถ่ายทอดความรู้ให้กับคนอื่นได้ แต่ในพื้นฐานดวงชะตามีเรื่องของการกระทำให้เกิดการเบียดเบียนสร้างปัญหา เรื่องที่ไม่เป็นเรื่องก่อให้เกิดปัญหาให้เดือดเนื้อร้อนใจ ไร้สาระไม่เป็นเรื่องไม่เป็นราว ก่อให้เกิดปัญหาทำให้ไม่สบายใจให้เกิดขึ้นในการกระทำและจะก่อให้เกิดผลความขัดแย้งสร้างความไม่ไว้วางใจเป็นศัตรูที่เรียกว่า ทำอะไรออกไปก็เหมือนกับสร้างความเดือดร้อนให้เกิดขึ้น” นายชนม์ทรรศน์ กล่าว

นายชนม์ทรรศน์ กล่าวอีกว่า ระหว่างคุณช่อ พรรณิการ์ และคุณเอก ธนาธร เวลาสองคนนี้เมื่อเดินไปในทางเดียวกัน ทำอะไรก็จะต้องมีเรื่องให้ต้องมีการพูดเจรจาปรับความเข้าใจ เรียกว่ามักจะแถที่จะต้องบังคับให้กลับมาเพื่อเดินไปในทางเดียวกัน แต่ถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็แล้วไป แต่ถ้ามีปัญหาก็มาจากการกระทำและพฤติกรรมของคนสองคนนี้ที่ต่างคนต่างทำที่เมื่อไหร่ที่เดินทางร่วมเส้นทางเดียวกันก็จะเห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้น