“ณัฐวุฒิ” ขอผู้มีอำนาจปลดล็อกความคิดตัวเอง จะปฏิรูปการเมืองโดยห้ามพรรคการเมืองเคลื่อนไหว แค่คิดก็ผิดแล้ว
เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า การเปิดให้นักการเมือง นักวิชาการ และนักเคลื่อนไหวที่มีรายชื่อในคำสั่ง คสช.เดินทางไปต่างประเทศได้นั้น เป็นวิธีการทางการเมืองของผู้มีอำนาจที่จะอธิบายกับสังคมทั้งในและต่างประเทศว่า มีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ทั้งที่ประเด็นนี้ถือเป็นเรื่องเล็กมากถ้าเทียบกับการให้ทำประชามติภายใต้กติกาที่คับแคบและไม่เป็นสากล หรือการห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรม และการคงคำสั่ง คสช.ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทหารจับกุม ตรวจค้น ควบคุมตัวบุคคลได้ทุกกรณี ทุกที่ ทุกเวลา เรื่องพวกนี้ต่างหากที่ทำให้ขาดความชอบธรรมในการใช้อำนาจ
นายณัฐวุฒิกล่าวอีกว่า ถ้าพูดถึงการปลดล็อกก็อยากเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจปลดล็อกความคิดของตนที่แสดงออกชัดเจนตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ว่าใครอยู่บนเรือแป๊ะเก่ง ฉลาด รักชาติ และเป็นคนดีทั้งหมด ส่วนใครเห็นต่างถือเป็นพวกตัวป่วน ไม่รักชาติ ต้องการความวุ่นวาย เพราะล็อกความคิดนี้ทำให้การดำเนินการเรื่องใหญ่ๆ ของ คสช.มีลักษณะผิดทิศผิดทาง ผิดหลักการ และส่อว่าจะล้มเหลว ทั้งนี้ เรากำลังจะทำประชามติกันโดยไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนแสดงออกอย่างเสรี ออกกฎหมายจะเอาติดคุก 10 ปี แล้วประชามติที่เกิดขึ้นท่ามกลางความกลัวของประชาชนจะชอบธรรมได้อย่างไร
“จะปฏิรูปการเมืองโดยห้ามพรรคการเมืองเคลื่อนไหว ทั้งที่หัวใจสำคัญอย่างหนึ่งของการปฏิรูปคือการมีส่วนร่วม เอาพรรคการเมืองแช่แข็งไว้ รอปฏิรูปเสร็จค่อยปล่อยออกมา แค่คิดก็ผิดแล้ว ถ้าผู้มีอำนาจปลดล็อกความคิดนี้ได้ กระบวนการรับฟังผู้เห็นต่างควรจะมีรูปธรรมของการนำไปปฏิบัติให้เห็นบ้าง ไม่ใช่ตั้งเวทีเป็นช่วงๆ ให้หลายฝ่ายไปพูดแล้วก็จบกันไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น กลายเป็นเวทีนกแก้วนกขุนทอง ผมไม่ใช่คนได้คืบจะเอาศอก เพียงแต่อยากบอกว่าปัญหาอยู่ตรงไหน ไม่ใช่ศัตรูรัฐบาล แต่เป็นห่วงด้วยซ้ำว่า ทำไปเรื่อยไม่ฟังใคร มารู้อีกทีสมมุติว่าพังคามือจะรับผิดชอบไม่ไหว” นายณัฐวุฒิกล่าว

