หน้าแรก การเมือง “เพื่อไทย” แถ...

“เพื่อไทย” แถลงจี้”ชวน” บรรจุญัตติสอบกก.สรรหาส.ว. ขู่ ไม่บรรจุ เข้าข่ายผิด ม.157

21.06.19 | 13:00 น.

“เพื่อไทย” แถลงจี้”ชวน” บรรจุญัตติ สอบปมกรรมการสรรหา ส.ว. ขู่ หากไม่บรรจุ อาจเข้าข่ายผิด ม.157


เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคพท. และนายชุมสาย ศรียาภัย รองโฆษกพรรค แถลงถึงกรณีการบรรจุญัตติตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) ตรวจสอบกรรมการสรรหา ส.ว. ว่า เห็นด้วยอย่างยิ่งที่สภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบันจะแสดงบทบาทตามอำนาจหน้าที่ให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นโดยนำพาประชาธิปไตยไปในทางที่ถูกต้อง ตามที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวในการสัมมนา ส.ส.ที่ห้องประชุมทีโอทีเมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา ว่า “เราจะเป็นแบบอย่างของสภานิติบัญญัติในยุคที่การเมืองพัฒนามาถึงขนาดนี้ เราได้เป็นประชาธิปไตยมาเกือบ 90 ปี เราจะให้ประชาธิปไตยถอยหลังเป็นสิ่งที่ไม่ควร ต้องเดินไปข้างหน้าในสิ่งที่ดีขึ้น” ฟังคำพูดประโยคเหล่านี้แล้วถ้ามองอย่างผิวเผินก็จะรู้สึกว่านายชวนพูดดี แต่เมื่อมาดูสภาพการเมืองในปัจจุบันที่พรรคไร้สัจจะเข้าร่วมเป็นรัฐบาลและสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช.เป็นนายกมนตรี โดยนายชวนเป็นประธานสภา และเป็นประธานรัฐสภาอีกตำแหน่งย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่าการเมืองได้ถอยหลังไปอย่างมากตลอด 5 ปีนับแต่ คสช.ทำรัฐประหารปี 2557 และแม้จะผ่านการเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 มาแล้ว แต่ประชาธิปไตยก็ยังไม่มีอนาคตจะพัฒนาไปข้างหน้าได้เลย เพราะรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์กำลังสืบทอดอำนาจเผด็จการ คสช.ให้อยู่ต่อไปอีกอย่างน้อย 5 ปีตามบทเฉพาะกาลโดยมีวุฒิสภาซึ่งตนเองแต่งตั้งมา เป็นเครื่องมือคอยค้ำบัลลังก์อำนาจ

นางลดาวัลลิ์ กล่าวว่า เมื่อองค์ประกอบของรัฐสภาอยู่ในสภาพง่อยเปลี้ยพิการและเสียศูนย์ การทำหน้าที่ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลเพื่อประโยชน์ของประชาชนและทำให้ประชาชนเชื่อมั่นย่อมเป็นไปไม่ได้ ทั้งนี้ พรรค พท. หวังว่ารัฐสภาที่มีนายชวนเป็นผู้นำสูงสุดจะไม่เกิดเหตุการณ์จลาจล ที่ส.ส.ก่อเหตุเลวร้ายขว้างปาแฟ้มเอกสารเศษกระดาษเกลื่อนห้องประชุม ตะโกนลั่น ด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย ดึงแขน ลากเก้าอี้ประธานสภากระแทก บีบคอเพื่อน ส.ส.ด้วยกัน โดยไม่แยแสต่อสายตาประชาชนและสื่อมวลชนที่บันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้ ซึ่งเป็นความอัปยศของสภาไทยที่ไม่อาจลบเลือนไปได้

นางลดาวัลลิ์ กล่าวอีกว่า ไม่มีเหตุผลใดที่นายชวน จะปฏิเสธไม่บรรจุญัตติของ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านที่เสนอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ศึกษา สอบสวนกระบวนการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา เนื่องจากเป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่บัญญัติว่า การกระทำการพิจารณาสอบสวนหาข้อเท็จจริงหรือการศึกษาเรื่องใดๆ เป็นเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของสภาฯ ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาเป็นนายกฯสมัยที่ 2 บนตำแหน่งหัวหน้าคสช. มีหน้าที่ และความรับผิดชอบในการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา ส.ว. 9-12 คน และคัดเลือก ส.ว.ให้ได้ 250 คน เพื่อนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ รวมทั้งหัวหน้า คสช. ต้องประกาศ รายชื่อสำรอง ส.ว. แต่ปรากฏว่า พล.อ.ประยุทธ์ และคสช.ปกปิดคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาฯ ไม่นำคำสั่งไปประกาศในราชกิจจาฯ และกระบวนการการหา ส.ว.หลายขั้นตอน ส่อว่าจะขัดรัฐธรรมนูญ หากเป็นเช่นนั้น ก็จะทำให้การสรรหา ส.ว.เป็นโมฆะ กรณีนี้เป็นที่เคลือบแคลงสงสัยของประชาชนและสื่อมวลชน ดังนั้นการตั้งคณะกรรมาธิการไปศึกษาและสอบสวนหาข้อเท็จจริง แล้วนำมารายงานให้สภาฯรับทราบ จึงเป็นหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร

Advertisement

“ญัตติของพรรคฝ่ายค้านไม่ใช่การตรวจสอบคุณสมบัติส.ว. แต่เป็นการตรวจสอบกระบวนการสรรหา ส.ว. เป็นการใช้อำนาจของ พลเอกประยุทธ์ในฐานะหัวหน้า คสช.และ คสช.คนอื่นๆ รวมทั้งคณะกรรมการสรรหา ส.ว. ซึ่งไม่ได้มีความเป็นกลางทางการเมือง ว่าสิ่งที่ทำมานั้นชอบด้วย รธน.หรือไม่ หรือผิดพลาดบกพร่องในขั้นตอนไหนอย่างไร ด้วยเหตุนี้ ส.ว. ไม่ต้องร้อนตัว หรือหวาดกลัวใดๆ หากทุกท่านผ่านการสรรหามาอย่างถูกต้องโปร่งใส ตามรัฐธรรมนูญ” นางลดาวัลลิ์กล่าว

ด้านนายชุมสาย กล่าวว่า ตนยังเห็นว่ากระบวนการสรรหา ส.ว. ที่มีคณะกรรมการสรรหาเป็น คสช.ตามที่เป็นข่าวนั้น เป็นการกระทำที่ขัดต่อเจตนารมณ์และความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญและผิดกฎหมายค่อนข้างชัดเจน ส่งผลให้ สถานะของ สว.ตลอดจน การกระทำหรือการลงมติใดๆ ของ สว.ดังกล่าวเป็นโมฆะไปด้วย ซึ่งเมื่อได้โหวตเห็นชอบให้พลเอกประยุทธ์ เป็นนายกซึ่งเป็นครั้งแรกของการปฏิบัติหน้าที่ ก็ต้องถือว่าไม่มีผลใดๆ ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย และหลังจากนี้หากมีการนำประเด็นนี้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ และหากศาลรัฐธรรมนูญเห็นพ้องด้วยอาจจะพังกันทั้งองคาพยพ เพราะศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยเกี่ยวกับอำนาจและหน้าที่ของวุฒิสภาตาม รธน.มาตรา210(2) ส่วนตัวเชื่อว่า ในที่สุดแล้ว เมื่อสิ้น มาตรา 44 และอำนาจเผด็จการอ่อนกำลังลง กระบวนการยุติธรรมไทยจะต้องรักษาบ้านเมืองเอาไว้ ซึ่งอำนาจเผด็จการ ไม่สามารถดำรงอยู่ได้ นานท่ามกลางกระแสต่อต้านอย่างหนักหน่วงของมหาชน

นายชุมสาย กล่าวอีกว่า นอกจากกระบวนการสรรหา ส.ว. ที่ดำเนินการอย่างปกปิดและผิดทำนองคลองธรรม ทั้งๆ ที่ ส.ว.เป็นผู้แทนปวงชาวไทย เข้ามาทำหน้าที่ด้านนิติบัญญัติ ไม่ใช่ทำแบบเด็กเล่น ซึ่งคณะกรรมการสรรหา ส.ว.ที่มี พล.อ.ประวิตร เป็นประธาน และมีพล.อ.ประยุทธ์ เป็นหัวหน้า คสช. จะต้องรับผิดชอบโดยอาจจะต้องเผชิญทั้งทางกฏหมายและทางการเมือง ความเสียหายที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ กระบวนการสรรหา ส.ว. ที่อาจจะเกี่ยวพันคดีทุจริต ประวัติด่างพร้อย มีมลทิน หลายคน เข้ามาเป็น ส.ว. ซึ่ง เรื่องนี้ จะได้ถูกตรวจสอบ และเปิดเผยให้สังคมได้รับทราบต่อไป และหากนายชวน ไม่บรรจุ ญัตติ การสรรหา ส.ว.ไม่ชอบ อาจจะเป็นการ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ มาตรา 157