09.00 INDEX สถานะ ส.ส. ส.ว.ระส่ำระสาย จากกรณี ธนาธร อนาคตใหม่

ในที่สุด คำเตือนจาก นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ที่ว่ากรณีการถือหุ้นหนังสือพิมพ์และสื่อมวลชน อาจกลายเป็น “โดมิโน” มหึมาในทางการเมืองก็เริ่มปรากฏเป็นจริง

เพราะไม่เพียงแต่กรณีของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เท่านั้นที่ตกเป็นเหยื่อของการไล่ล่า

กระทั่งมีคำสั่งหยุดการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ ส.ส.

หากเด่นชัดว่าอาจมีบรรดา ส.ส.จากหลายพรรคการเมืองจำนวนไม่ต่ำกว่า 70 คน จะเข้าข่าย

และเมื่อมีการตรวจสอบไปยัง 250 ส.ว.ก็มีถึง 20 กว่าราย

ปฏิบัติการพิฆาตดาวรุ่งอันเริ่มจาก นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จึงเข้าลักษณะบานปลาย

อาจกลายเป็นชนวนเหตุทำให้เกิดสภาวะ “สภาล่ม”

น่าเห็นใจคณะกรรมการการเลือกตั้งอย่างยิ่ง น่าเห็นใจตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอย่างยิ่ง

เพราะกรณีถือครองหุ้น “สื่อ” มิได้ดำรงอยู่อย่างเลื่อนลอย

ตรงกันข้าม เพราะไม่เพียงแต่มีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 111(4) ประกอบมาตรา 108 (ข.) และมาตรา 98 (3) กำหนด ลักษณะต้องห้ามอันทำให้ขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส.และ ส.ว.เท่านั้น

หากแต่ยังมีคำสั่งศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ที่ 8745/2561 ดำรงอยู่เพื่อเป็น “บรรทัดฐาน”

มีคนต้องหมดสิทธิมาแล้วอย่างน้อยก็ 2 ราย

ยิ่งกว่านั้น ยังมีกรณีของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ต้องคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่ด้วย

จึงสะท้อนให้เห็นว่าปฏิบัติการ IO ซึ่งมีกรณีของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นสารตั้งต้น กำลังบานปลายและถูกขยายออกไปไม่ว่าในสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าในวุฒิสภา

ทุกสายตาจึงทอดมองไปยังการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ

ต้องยอมรับว่าอาวุธที่ใช้เพื่อดับ “ดาวรุ่ง” อย่าง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ สถานการณ์กลับแพร่ระบาดออกไปจนแทบจะควบคุมไม่ได้อย่างง่ายดาย

หาก 70 ส.ส.ถูกคำสั่งหยุดการปฏิบัติหน้าที่เหมือนกรณีของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ “กำลัง” ทางการเมืองก็ขาด “ความสมดุล”

เส้นทางของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็อาจไม่ราบรื่น

 

บทความก่อนหน้านี้‘Digital Learning Platform’ พลิกโฉมการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
บทความถัดไปเจ็บหนัก! พรรครัฐบาลตุรกีพ่ายเลือกตั้งซ่อมอิสตันบูล