หน้าแรก การเมือง ผ่าน ร่าง พ.ร...

ผ่าน ร่าง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ ดัดหลังหน่วยงานรัฐชอบปกปิดข้อมูล

1.06.16 | 08:15 น.

สปท. ผ่าน ร่าง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ หนุน ใช้แทนฉบับเก่า หลัง หน่วยงานรัฐชอบปกปิดข้อมูล – บังคับ เอกชนที่ได้รับสัปทานรัฐเปิดด้วย

เมื่อวันที่ 31พฤษภาคม รัฐสภา มีการประชุมสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) โดยมีนส.วลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสปท.คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยมีการพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เรื่องการบริหารงานภาครัฐที่เปิดเผยข้อมูลและร่างพรบ.ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ พ.ศ. .. โดย นายอนุสิษฐ คุณากร ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการวิสามัญฯ กล่าวถึงหลักการเหตุผลว่า เชื่อว่าเป็นความต้องการของคนในสังคมที่อยากให้มีการตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้ ทำให้การบริหารงานราชการทุกมิติเดินไปได้ มีธรรมาภิบาล มีความรับผิดชอบ แม้พรบ.ข้อมูลข่าวสารพ.ศ.2540 กำหนดให้รัฐต้องเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร แต่สิ่งที่เป็นปัญหาอุปสรรคก็มีหลายประการ จึงต้องมีการยกเลิกพรบ.ดังกล่าวและร่างพรบ.ข้อมูลข่าวสารสาธารณะพ.ศ….ขึ้นมา เพื่อให้ทันกับสภาวการณ์ปัจจุบัน ที่มีความหมายกว้างกว่า ไปถึงข้อมูลข่าวสารทุกประเภทรวมถึงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์


น.ส.กวินา กิจกำแหง สปท.ในฐานะคณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า จากงานวิจัยของทีดีอาร์ไอ ได้แสดงให้เห็นถึงปัญหาอุปสรรค พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร 2540 เมื่อบังคับใช้ไปแล้วปรากฏว่าหน่วยงานไม่ปฏิบัติตาม ยังยึดติดกับวัฒนธรรมการปกปิดข้อมูล มีหน่วยงานราชการที่ปฏิบัติตามเพียงร้อยละ 28 เท่านั้น จากสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น จึงต้องมีการปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้มีประสิทธิภาพ มีความเป็นอิสระมากยิ่งขึ้น โดยพ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารสาธารณะพ.ศ…. มีทั้งสิ้น10หมวด ในแง่หลักการ ต้องการให้เป็นกฎหมายกลางในการเข้าถึงข้อมูลเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ หน่วยงานของรัฐต้องเปิดเผยข้อมูลหรือข่าวสารสู่สาธารณะ เว้นแต่ข้อมูลเกี่ยวกับความมั่นคงหรือที่เป็นความลับทางราชการตามที่กฎหมายบัญญัติ มีการเปลี่ยนแปลง จากเดิมที่สังกัดสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จะเปลี่ยนเป็นหน่วยงานระดับกรมแล้วมาขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี มีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการ โดยมีกรรมการ 4 คนที่เป็นโดยตำแหน่งประกอบด้วยปลัดกระทรวงกลาโหม เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ4คน โดยมาจากการคัดเลือก

จากนั้น นายคุรุจิต นาครทรรพ สปท. อภิปรายว่า ถือเป็นหลักการที่ดีที่ให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารสาธารณะ ตรวจสอบการดำเนินงานของรัฐ สร้างความสมดุลระหว่างสิทธิเข้าถึงข้อมูลกับสิทธิส่วนบุคคล จากปัญหาที่ผ่านมา องค์กรส่วนท้องถิ่นยังไม่เปิดเผยข้อมูลจนถูกมองว่าถ่วงเวลานั้น ไม่อยากให้มีการสันนิษฐานไปก่อนว่า หน่วยงานราชการมีความต้องการจะปกปิดหรือทุจริต การออกแบบให้อำนาจมากเกินไป อาจเป็นดาบสองคม อาจบั่นทอนการทำงานราชการที่สุจริต เปิดช่องทางให้มีการล้วงความลับทางราชการ ทรัพย์สินทางปัญญา คู่แข่งทางการค้า ที่ได้รับการคุ้มครอง ในฐานะที่เคยเป็นข้าราชการและสัมผัสกับเรื่องนี้มา ที่ผ่านมาเคยมีการร้องขอให้มีการเปิดเผยข้อมูลการสอบสวนทั้งที่ยังไม่เป็นที่ยุติ เกรงว่าจะมีการนำข้อมูลดังกล่าวไปข่มขวัญ ทำลายขวัญข้าราชการบางคนก็ได้ รวมทั้งการกำหนดโทษทางอาญาหากไม่มีการเปิดข้อมูล ดูจะมากเกินไป ให้มีโทษเพียงทางวินัยน่าจะเหมาะสมกว่า

ขณะที่ นายคำนูณ สิทธิสมาน สปท. อภิปรายว่า ขอสนับสนุน เพราะ เป็นร่างพ.ร.บ.ที่จะให้เกิดการปฏิรูปอย่างแท้จริง เป็นการป้องกันการทุจริตตั้งแต่ฐานราก ให้มีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสู่สาธารณะ ทั้งภาครัฐ และเอกชนได้รับสัมปทานจากรัฐ ที่มีการใช้เงินใช้ทรัพย์สินของแผ่นดินจึงต้องเปิดเผยให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ ได้ทำการตรวจสอบหรือร้องเรียนได้หากพบความไม่ชอบมาพากล ทำให้หน่วยงานต้องระมัดระวังมากขึ้น กดดัน ป.ป.ช. สตง. ว่ากำลังเผชิญกับคู่แข่งที่สำคัญคือ พี่น้องประชาชน ความกังวลว่าอาจจะเป็นการก้าวก่ายไปถึงภาคเอกชนมากเกินไปหรือไม่นั้น คงไม่ใช่ เพราะถ้าทำมาหากินขายก๋วยเตี๋ยวธรรมดาคงไม่เป็นอะไร หากได้รับสัมปทานจากรัฐให้ขายก๋วยเตี๋ยวได้ ก็เป็นเหตุอันควรที่ต้องเปิดเผย เอกชนที่ทำมาหากินโดยสุจริตไม่ต้องกังวล สมัยเป็นสว.เคยประสบทางตัน เมื่อขอสัญญาว่าจ้างการซื้อขายข้าวแบบ จีทูจี สิ่งนี้เป็นเหมือนเครื่องมือตรวจสอบให้เกิดการถ่วงดุลมากขึ้น

Advertisement

“ร่างพ.ร.บ.นี้เป็นการสร้างประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เกิดการมีส่วนร่วม ไม่ใช่แบบที่มีคนนิยามประชาธิปไตย4วินาที แต่เป็นเผด็จการ 4 ปี ถ้าร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ผ่านก่อนมีรัฐบาลใหม่ เราสามารถตอบคำถามโลกได้ ในห้วงเวลาเปลี่ยนแปลงเราได้สร้างการมีส่วนร่วมไปสู่ทางสาธารณะ จะเป็นคุณค่าทางประชาธิปไตยที่ประชาชนจับต้องได้ กินได้” นายคำนูณ กล่าว

ทั้งนี้ ภายหลังจากสมาชิกอภิปรายอย่างกว้างขวาง ที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยคะแนน 154 คะแนน ไม่เห็นด้วย 1 คะแนน งดออกเสียง 4 คะแนน