เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน แกนนำพรรคเพื่้อไทย กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลและคสช. ส่งทหารบุกเข้าพบนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย เพื่อขอให้งดออกความเห็นในสื่อนั้น น่าจะมาจากการถกเถียงเหมือนสอนมวยทางเศรษฐกิจกับโฆษกรัฐบาล โดยข้อมูลและเหตุผลของนายอนุสรณ์เป็นแนวทางที่ถูกต้องกว่า เช่น ภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ทำให้ประชาชนทั่วไปเดือดร้อนกันอย่างมาก เรื่องที่ไม่ควรเปรียบเทียบการเติบโตทางเศรษฐกิจขอไทยกับประเทศที่พัฒนาแล้วเช่น สหรัฐ และ ญี่ปุ่น และ เป็นตรรกะวิบัติหากการขอยืนยันตัวเลขการโตทางเศรษฐกิจ 3.7% เป็นการสาปแช่งประเทศ เป็นต้น ซึ่งต่อมา โพลสำรวจก็ออกมาว่า 85.48% อยากให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจก่อนจะมีรัฐบาลใหม่แสดงว่าประชาชนเดือดร้อนกันมาก ตัวเลขการส่งออกเดือนเมษาก็ติดลบหนักถึง 8% ความเชื่อมั่นทางอุตสาหกรรมก็ลด ขนาดรองนายกฯ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ยังต้องออกมาร้องขอให้เอกชนช่วยลงทุน
“ท่านน่าจะทราบดีว่าเอกชนจะลงทุนหรือไม่ต้องขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่น ถ้าเอกชนเห็นกำไรไม่ต้องร้องขอ เขาก็แย่งกันลงทุนกันอยู่แล้วเหมือนในอดีตก่อนมีการปฏิวัติ ดังนั้นจึงอยากให้ใช้ข้อมูลและเหตุผลมาถกเถียงกันทางเศรษฐกิจมากกว่าการใช้กำลังมาข่มขู่ เพราะจะยิ่งทำให้บรรยากาศการค้าและการลงทุนของไทยยิ่งแย่ลง เอกชนที่ไหนจะอยากลงทุนในภาวะการเมืองและความกดดันแบบนี้ และควรเปิดกว้างให้ทุกภาคส่วนร่วมแสดงคิดเห็นในทุกเรื่องได้ด้วย ซึ่งเชื่อว่านายสมคิดน่าจะเห็นเหมือนกับผม” นายพิชัยกล่าว
นายพิชัยกล่าวอีกว่า อยากให้นายสมคิดออกมาแสดงความเห็นในเรื่องนี้ และถ้าหากนายสมคิดเชื่อว่าข้อมูลของโฆษกรัฐบาลถูกต้อง และเห็นว่าประชาชนไม่ควรโต้เถียงกับทหาร ตนก็ยินดีแลกเปลี่ยนความเห็นทางเศรษฐกิจกับนายสมคิดเพื่อรัฐบาลจะได้ทราบว่าประชาชนลำบากกันขนาดไหน ซึ่งเหตุผลและข้อมูลต่างๆตนได้ชี้แจงแล้วว่า 2 ปีหลังการปฏิวัติ ประเทศได้เสื่อมถอยลงมากอย่างไร ด้วยความเป็นห่วงและรักประเทศไม่ได้น้อยกว่ารัฐบาลและ คสช. หากนายสมคิดไม่เห็นด้วยเรื่องใดก็ให้โต้แย้งมาและตนก็พร้อมและยินดีจะชี้แจง และอยากถามว่ารัฐบาลได้ทำอะไรเพื่อเปลี่ยนพื้นฐานของประเทศให้ดีขึ้นบ้างเพื่อรองรับอนาคตเพราะยังไม่เห็นเลย

