วันนี้ (1 มิ.ย.) นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความแสดงความเห็นทางการเมือง ระบุว่า ปรับทัศนคติ “เลิกโกหกได้แล้ว”วานนี้ (31 พฤษภาคม) หลายคนคงสับสนที่เห็นเจ้าหน้าที่ทหารยกกำลังไปพบนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทยที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล และข่าวที่ คสช. ยังจะเรียกบุคคลมาปรับทัศนคติแต่จะเปลี่ยนไปใช้สถานที่ราชการอื่น เช่น ศาลากลางจังหวัด สถานีตำรวจ แทนพื้นที่ค่ายทหาร เพราะเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมารองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงเพิ่งให้สัมภาษณ์ว่าเห็นชอบกับแนวทางของ ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช. ที่จะยกเลิกการเรียกบุคคลมาปรับทัศนคติ โดยหากใครทำผิดก็ให้ดำเนินคดีไปตามกฎหมาย
คำสั่งที่ใช้เป็นข้ออ้างในการนำตัวบุคคลปรับทัศนคติที่จริงคือการคุมขัง คือคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 (ข้อ 6) และ 13/2559 (ข้อ 4) ซึ่งมีข้อความเป็นทำนองเดียวกันว่าให้นายทหารตั้งแต่ยศร้อยตรีขึ้นไป “มีอำนาจเรียกบุคคลที่ถูกสงสัยว่ากระทำความผิดตามคำสั่งมาเพื่อสอบถามข้อมูลหรือให้ถ้อยคำอันจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินการ” ตามคำสั่งที่ผมโพสต์มาให้ดูซึ่งมิได้มีความตอนใดเลยที่ให้อำนาจเรียกตัวผู้ที่เห็นต่าง หรือผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลหรือ คสช. มาเพื่อพูดคุยหรือปรับทัศนคติตามที่ชอบอ้าง ที่ทำมาแล้วและกำลังจะทำต่อไปจึงเป็นการใช้อำนาจตามอำเภอใจ ข่มขู่ให้เกิดความเกรงกลัวเพื่อปิดกั้นการแสดงความคิดเห็น หรือปิดกั้นการตรวจสอบซึ่งเป็นการละเมิดต่อสิทธิมนุษยชน และขัดกับมาตรา 4 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่เขียนขึ้นเองด้วย ดังนั้น การที่ ผบ.ทบ. ออกมาพูดว่าจะยกเลิกการปรับทัศนคติหลังจากถูกทั่วโลกประณามจึงเป็นการพูดเท็จเพื่อเอาตัวรอด ส่วนที่บอกว่าจะใช้สถานีตำรวจแทนค่ายทหารนั้น คำสั่งของ คสช. เองห้ามใช้สถานีตำรวจเป็นที่ควบคุมตัว ส่วนหากจะเลี่ยงบาลีว่าเป็นเพียงการเชิญมาพูดคุยก็ไม่ได้ทำให้ดีขึ้น เพราะวิธีการเชิญแบบยกกำลังไปคุมตัว หรือใครขัดขืนไม่ไปเป็นความผิด หรือไปแล้วออกมาไม่ได้ถ้าไม่ได้รับอนุญาตก็คือการควบคุมตัวนั่นเอง
พฤติกรรมจึงไม่ต่างจากคำพูดของหัวหน้า คสช. ที่มักอ้างว่าไม่ต้องการสืบทอดอำนาจ แต่ตามมาตรา 265 แห่งร่างรัฐธรรมนูญกลับบัญญัติให้ คสช. และหัวหน้า คสช. ยังคงมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวต่อไปจนกว่าจะมี ครม. ที่ตั้งขึ้นใหม่ ดังนั้น แม้ร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติจนมีผลบังคับใช้แล้ว แต่ คสช. หัวหน้า คสช. ตลอดจนมาตรา 44 ยังจะอยู่คู่คนไทยต่อไปอีกอย่างน้อย 15-17 เดือน โดยมีบทบัญญัติตามมาตรา 47 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวคุ้มครองว่าเป็นคำสั่งหรือการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและเป็นที่สุด แบบนี้ใครอยากเห็น คสช. อยู่เพื่อใช้อำนาจต่อไปโดยไม่ต้องมีความรับผิดชอบก็ตามสะดวก สำหรับผมวันเดียวก็เกินทนแต่จะยังคงมีความเห็นทางการเมืองต่อไปโดยไม่ยินดีรับเชิญไปพูดคุยกับคนพวกนี้ทั้งสิ้น ผมเหลือทางเดียวที่จะตัดขาด คสช. คือการไม่รับร่างรัฐธรรมนูญจึงขอยืนยันอีกครั้งว่า “ผมไม่รับครับ”

