หน้าแรก การเมือง “7 พรรคร่วมฝ่...

“7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน” ขู่ร้อง ป.ป.ช. เอาผิด ปธ.-รองปธ.สภา หากไม่บัญจุญัตติสอบที่มาส.ว.

27.06.19 | 17:18 น.

“7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน” ขู่ร้อง ป.ป.ช. เอาผิด ปธ.-รองปธ.สภา หากไม่บัญจุญัตติสอบที่มาส.ว.


เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 27 มิถุนายน ที่รัฐสภาชั่วคราว อาคารทีโอทีสำนักงานใหญ่ ถนนแจ้งวัฒนะ 7 พรรคการเมืองฝ่ายค้าน ร่วมแถลงถึงกรณีที่ประธานสภาไม่บรรจุญัตติที่ฝ่ายค้านยื่นร้องขอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบที่มาของส.ว. โดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านเราได้ยื่นญัตติเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปถึง 3 ญัตติ แต่กลับถูกรองประธานสภาคนที่ 2 ไม่บรรจุเข้าสู่วาระการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร โดยอธิบายว่าส.ส.ไม่มีอำนาจในการตรวจสอบเรื่องนี้ จึงเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญไม่ได้ แต่สิ่งที่เราตั้งญัตติไปนั้นขอย้ำว่า ไม่ได้ไปตรวจคุณสมบัติต้องห้ามของส.ว. เราทราบดีว่าคนที่จะตรวจสอบคือส.ว.ด้วยกันเอง แต่เราตรวจสอบการได้มาซึ่งส.ว. ทั้งนี้ ที่ 7 พรรคให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าวเพราะเป็นประเด็นปัญหาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน และทุกฝ่ายก็พยายามหาคำตอบว่ากระบวนการสรรหาเป็นอย่างไรกันแน่ เราพยายามใช้ทุกช่องทาง แต่ถูกปิดหมด ดังนั้น เราในฐานะที่เป็นผู้แทนฯ ในเมื่อประเด็นปัญหานี้ยังเป็นที่สงสัยในสังคม จะให้สภาผู้แทนฯนั่งเฉยๆหรือ นอกจากนี้ สิ่งที่รองประธานสภาไม่ยอมบรรจุโดยอ้างว่าไม่มีอำนาจ หากพูดถึง คสช. เขาเป็นองค์กรสูงสุด เป็นรัฏฐาธิปัตย์ ไม่มีใครตรวจสอบได้นั้น ตนมองว่า ความเห็นแบบนี้เป็นอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย เพราะนั่นหมายความว่าอะไรที่เกี่ยวกับ คสช. เราจะยุ่งกับเขาไม่ได้เลยหรือ ทั้งที่อีกไม่กี่วันก็ คสช. ก็หมดอายุแล้ว สภาผู้แทนฯเป็นองค์กรที่มาจากการเลือกตั้งเพียงองค์กรเดียว เราจำเป็นต้องใช้อำนาจที่ได้รับมาจากประชาชนในการทำงานตรวจสอบต่างๆตามที่ประชาชนสงสัย หากรองประธานสภาพิจารณาเช่นนี้เท่ากับลดอำนาจของสภาผู้แทนฯลง วันข้างหน้าสภาอยากพิจารณาเรื่องประกาศคำสั่ง คสช. ทำได้หรือไม่ หรือสุดท้ายแล้วเมื่อคสช.ไปแล้ว ผลผลิตการใช้อำนาจของเขายังอยู่ และเราไม่สามารถไปยุ่งอะไรกับเขาได้เลย แบบนี้เป็นอันตราย และอยากให้รองประธานสภาทบทวน เพราะหากไม่ทบทวนจะมีปัญหาในทางกฎหมาย และพรรคร่วมฝ่ายค้านจะสงวนเรื่องนี้ไว้พิจารณาในทางกฎหมายต่อไป

ด้านนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า หากประธาน และรองประธานสภาวินิจฉัยเช่นนี้เป็นเจตนาที่จะละเมิดรัฐธรรมนูญ เพราะคสช. เป็นองค์กรที่เข้ามาใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ ฝ่ายนิติบัญญัติจึงมีหน้าที่ในการตรวจสอบ เรายื่นญัตติผ่านไป 8 วันแล้ว ทั้งที่ข้อบังคับระบุว่า เมื่อสมาชิกยื่นญัตติด่วนให้กับประธาน ประธานต้องแจ้งผู้ยื่นภายใน 5 วัน นับตั้งแต่วันรับญัตติ แต่นี่ยังไม่แจ้ง และหาก 7 วัน ไม่แจ้ง เราอนุมานว่าญัตติเราเป็นญัติด่วนแน่นอน แต่ผ่านไปแล้วกลับไม่มีถูกบรรจุอยู่ในวาระ แปลว่าท่านเจตนาไม่บรรจุญัตติ และไม่แจ้งเจ้าของญัตติ ดังนั้น จึงมีความผิดคือ 1.เจตนาฝ่าฝืนกฎหมาย โดยป.ป.ช. มีหน้าที่ตรวจสอบเรื่องนี้ และ 2.เราจะส่งเรื่องให้ป.ป.ช.ไต่สวนประธาน และรองประธานที่ใช้อำนาจหน้าที่ในส่วนนี้ และส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และถ้ามีความผิดปรากฎชัดแจ้ง จะผิดกฎหมายอาญา มาตรา 157 ตามมาอย่างแน่นอน ซึ่งเป็นเรื่องที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่จำเป็นต้องทำ ทั้งนี้ หากไม่ทบวนบรรจุญัตติดังกล่าว เราจะเดินทางไปยื่นป.ป.ช.เพื่อให้ตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวต่อไป