วิปฝ่ายค้านนอกสภา ผนึกกำลัง 7พรรคร่วมลงพื้นที่ ดึงภาคประชาชน ดันแก้รธน.

วิปฝ่ายค้านนอกสภา ผนึกกำลัง 7พรรคร่วมลงพื้นที่ ดึงภาคประชาชน ดันแก้รธน.

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน และการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนที่มีพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติเป็นประธาน กล่าวถึงการดำเนินงานของคณะกรรมการว่า ถือว่า เดินงานได้ดี มีความเข้าใจการทำงานแนวร่วม มีกลยุทธ์ร่วมกัน การจะนำพาไปถึงเป้าหมายปลายทางร่วมกันคือการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ต้องทำงานคู่ขนาน 2 ขา ขาที่หนึ่งในสภาผู้แทนราษฎร และขาที่สอง ร่วมกับภาคประชาชน โดยร่วมกิจกรรมหรือร่วมสังเกตการณ์และมีการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นข้อมูลข่าวสาร เพื่อนำไปเสริมการปฏิบัติงานให้กับส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

พล.ท.ภราดร กล่าวว่า จากการปฏิสัมพันธ์ของคณะกรรมการฯกับประชาชนในพื้นที่ต่างๆได้รับรู้ข้อคิดเห็นข้อมูลที่น่าสนใจ อาทิ รับทราบความตื่นตัวของประชาชนที่สนใจเข้าร่วมสร้างกระแสสังคมเพื่อนำวิถีให้รัฐสภาต้องดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เพราะประชาชนมองเห็นแล้วว่าเป็นตัวอุปสรรคใหญ่ต่อการพัฒนาประชาธิปไตยของประเทศ อีกทั้งเสียงจากประชาชนบางกลุ่มแนะนำว่า ”ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน” ปล่อยให้ผู้นำจากการสืบทอดอำนาจ ซึ่ง 3 เดือนแล้วยังตั้งรัฐบาลใหม่ไม่ได้ ถ้าอยากจะทอดเวลาตั้งก็ทำไป เพราะจะได้เปลือยตัวตนที่แท้จริงว่า เป็นผู้ไม่มีวิสัยทัศน์ไม่รู้ถึงความต้องการเร่งด่วนของประชาชน ไม่มีศักยภาพความเป็นผู้นำ ขาดจิตสำนึก และความรับผิดชอบในหน้าที่

“ที่สำคัญคือไม่เห็นหัวและความทุกข์ยากของประชาชน แต่ทุรังจะอาสาเข้ามาบริหารประเทศ เมื่อประชาชนได้เห็นตัวตนผู้นำคนนี้สุดๆว่า มันแย่ขนาดไหนแล้วจะได้มีความชอบธรรมมาร่วมกันผลักไสให้พ้นจากตำแหน่งไปแบบไม่ต้องให้หวนคืนกลับมาอีก” พล.ท.ภราดร กล่าว และว่า คณะกรรมการฯจะมีการประชุมร่วมกันในทุกสัปดาห์ และจะขับเคลื่อนการดำเนินงานกับภาคประชาชนอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง เพื่อนำข้อคิดเห็นและข้อมูลข่าวสารของพี่น้องประชาชนส่งมอบให้กับพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อพิจารณาดำเนินการให้เป็นไปตามความคาดหว้งของพี่น้องประชาชนต่อไป

บทความก่อนหน้านี้ทีม ‘ฟาสต์ 9’ ออกไปกินข้าว เจอแม่ค้าโรตีขี่ จยย.พ่วงถูกชนคว่ำ ปรี่ช่วย สุดท้ายโดนห้าม
บทความถัดไปตรีเพชรอีซูซุเซลส์ รับรางวัล“องค์กรต้นแบบการทำความดีเพื่อสังคมยอดเยี่ยมแห่งปี 2018”