หน้าแรก การเมือง เหยี่ยวถลาลม ...

เหยี่ยวถลาลม : ตาสว่าง

29.06.19 | 13:00 น.

ก่อนจะถูกผู้สมัครรับเลือกตั้งจากพรรคพลังประชารัฐที่เกิดใหม่เบียดตกจนกลายเป็น ส.ส.สอบตก วิทยา   แก้วภราดัยอดีต ส.ส.เจ้าเก่าหลายสมัยจากประชาธิปัตย์ได้เคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับ “นายกฯคนนอก”       ว่า รัฐธรรมนูญกำหนดว่าเป็นได้ และระบบนายกฯคนนอกนี้ก็เคยใช้กันมาก่อน ไม่ใช่ว่านายกฯคนนอกแล้วจะไม่ดีบางทีนายกฯคนนอกยังดีกว่านายกฯที่มาจาก ส.ส.บางคนเสียอีก

ตรรกะแบบนี้มี “ความจริง” อยู่บางส่วน เพราะความเป็นคนดีหรือไม่ดี เป็นคนละเรื่องกับการเป็นนายกฯคนนอก หรือคนใน

ไม่เกี่ยวกับชาติตระกูลชาติพันธุ์ถิ่นฐานที่อยู่

แต่จะเกี่ยวกับการอบรมขัดเกลาและการอยู่ในกรอบศีลธรรมจรรยาระเบียบสังคมและกฎหมาย

ที่สังคมเคลือบแคลงตั้งแต่ก่อนหน้าเลือกตั้งคือ “ที่มา” ของผู้ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี

Advertisement

“ที่มา” จะเป็นคำตอบว่า “นายกฯ” มีความยึดโยงกับ “อำนาจ” ของประชาชนอย่างไร

ที่สังคมเคลือบแคลงตั้งแต่ก่อนหน้าเลือกตั้งคือ ความเคลื่อนไหวของบรรดาข้าทาสที่จัดเตรียมปูทางเพื่อให้ “หัวหน้า คสช.” สืบทอดอำนาจต่อไปภายใต้กติกาประชาธิปไตยบังหน้า

หลายๆ คนจึงทักว่า ใช่หรือไม่ที่เคลื่อนกำลังพลกำลังอาวุธของกองทัพออกมายึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนนั้น เพื่อปฏิรูปประเทศ

อุตส่าห์ประกาศกับชาวโลกว่า ไทยกำลังก้าวสู่เสรีประชาธิปไตยตามโรดแมป แต่ถ้าได้ “ผู้นำประเทศ” ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง จะไปยืนเชิดหน้าชูคอสบตาชาวโลกได้อย่างไร

แล้วที่โฆษณาปาวๆ กับเด็กๆ เยาวชนคนรุ่นลูกรุ่นหลานว่า “โตไปต้องไม่โกง” ทำไมกติกาที่ผู้ใหญ่ทำกันขึ้นมาจึงถูกเรียกว่า “กติโกง” !

เขียนรัฐธรรมนูญปูทางให้หัวหน้า คสช.กลับมามีอำนาจต่อไปภายใต้กลไกการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม

ทั้งกติกาและการประพฤติสุดจะเอารัดเอาเปรียบคู่แข่งขันจนยึดเป็นแบบอย่างที่ดีไม่ได้

ไม่ว่า “คนนอก” หรือ “คนใน” ถ้าได้ตำแหน่งนั้นมาด้วยกลไกฉ้อฉลก็เป็นชัยชนะที่ไม่อาจกล่าวคำว่า สง่างาม

เป็นความภาคภูมิที่ไร้เกียรติ

เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เด็กๆ ได้ยินได้ฟังผู้ใหญ่ตอแหลแถไปวันๆ มาตั้งแต่เรื่องนาฬิกาเพื่อน

ไม่มี “ตัวแบบ” ที่ตั้งมั่นอยู่ในนิสัยสุจริต ตรงไปตรงมา และเสมอหน้า !?!!