
⦁…ถ้าเชื่อตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บอก “คณะรัฐมนตรีชุดใหม่” จะเริ่มงานได้ “เดือนกรกฎาคม” ประเทศเราจะอ้างความเป็น “รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง” ได้ถนัดปากมากขึ้น ส่วน “สากลโลก” ที่มองผ่าน “โครงสร้างกติกา และกลไกการจัดการอำนาจ” แล้วจะเชื่อตามคำประกาศของเราหรือไม่ ย่อมเป็นเรื่องของ
“สากลโลก” ที่รัฐบาลคงไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องเข้าไปรับผิดชอบ
⦁…หลายเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมาย ที่ทำให้คนส่วนหนึ่งเป็นห่วง “ระบบยุติธรรม” ว่าหากเสียหายจาก “ศรัทธาของประชาชน” ไป จะลำบากในการฟื้นฟูภายหลัง ดูเป็น “ความกังวล” ที่ไม่มีใครให้น้ำหนักที่จะต้องใส่ใจนัก คล้ายจะเชื่อมั่นว่า “คนดีสำคัญกว่าทุกสิ่ง” เมื่อเชื่อว่าเป็น “คนดี” เสียแล้วก็ไม่จำเป็นต้องไปคิดถึง “ระบบ” อะไรให้ลำบากในการจัดการ และหากจะถามว่า “ใครคนดี” ก็ดูจะไม่จำเป็น
ต้องตอบ เพราะรู้ๆ กันอยู่ว่า “ดีของใคร” ย่อมสามารถหาเหตุผลมารองรับได้เสมอ การไม่ยอมรับเป็นแค่เรื่องของ “คนละฝ่าย”
⦁…ความยุ่งยากของการประเมินความเป็น “คนดี” อยู่ที่ “คนกลุ่มเดียวกัน” ชื่อ-สกุลเดิม อาชีพที่ทำมาหากินเหมือนเดิม ครั้งหนึ่งถูกมองว่าเป็น “คนไม่ดี” แต่พอเปลี่ยนข้างย้ายฝ่าย กลับกลายเป็น “คนดี” ที่ถูกยกให้ “สำคัญกว่าสิ่งใด” เพื่อนำพาประเทศชาติไป โดยแสดงออกกันชัดเจนว่า “ไม่จำเป็นต้องรักษาระบบการอยู่ร่วมกัน” สถานการณ์เช่นนี้ หากทำให้ผู้คนค่อยๆ ทบทวนว่า “ความเชื่อมั่นในระบบ ย่อมมั่นคงกว่าเชื่อในตัวบุคคล” ได้ ก็พอจะเป็นประโยชน์บ้าง แต่หากยังถูลู่ถูกัง “เชื่อคนมากกว่าระบบ” ก็เป็นเรื่อง “ชวนเศร้า”
⦁…“นายทุนสื่อ” กลายเป็นบุคคลต้องห้ามสำหรับการเมือง ใคร “ถือหุ้น” บริษัทที่เขียนวัตถุประสงค์ไว้ว่าเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ “สื่อ” คือผู้ที่ถูกจัดเข้า “บัญชีดำ” ฟังคล้ายกับว่า ให้ “ความสำคัญต่ออาชีพสื่อ” ว่าจะต้องไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ในความเป็นจริง ดูจะออกแนวที่ใช้เป็นอาวุธเล่นงานกันแล้ว “สื่อ” กลายเป็นอาชีพที่ต้อง “หนีให้ห่าง ไม่สมควรเข้ามาเกี่ยวข้อง” หากคิดจะยุ่งเกี่ยวกับอำนาจรัฐ
⦁…ช่วงหลังนี้ “Hate Speech” กลับมาถูกพูดถึงด้วยความเป็นห่วงมากขึ้น เพราะสังคมเริ่มมี “คำพูดที่ก่อความเกลียดชัง” มากขึ้นอีกครั้ง เฉพาะใน “โลกออนไลน์” ที่ “เสรีภาพการแสดงความเห็น” ถูกชี้ว่าไม่ถูกควบคุมด้วยอะไรทั้งสิ้น แต่นั่นเป็นเพียงการมองและคิดแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ด้วย “ต้นทางของคำพูดที่รุนแรงต่อกัน” เป็นการแสดงออกของกระแสอำนาจนิยม เพราะที่สุดแล้ว “Hate Speech” ก็เป็น “เครื่องมือ หรืออาวุธของอำนาจนิยม” ที่ถูกใช้เพื่อกดข่มกันและกัน
⦁…วิถีแห่ง “อำนาจนิยม” ย่อมดำเนินไปด้วย “ทำให้ตัวเองเหนือกว่าเพื่อกดบังคับคนอื่นให้ต่ำกว่า” ซึ่งในอีกมุมหนึ่ง “ความเหนือกว่า” เกิดขึ้นได้ เพราะ “การทำลายล้างคู่ต่อสู้ให้หมดคุณค่า” ในเชิงระบบมี “กองกำลัง” และ “กฎหมาย” เป็นอาวุธ แต่ในมุมของบุคคลนั้น “การใช้กำลัง และคำพูดเพื่อกดข่ม” เป็นเครื่องมือที่สนอง จิตสำนึกเชิง “อำนาจนิยม” นั้น
⦁…ในโลกของ “คนดี” ที่มีรายชื่อใน “โผ ครม.” ที่เปิดกันมาก่อนหน้านั้น ต้องหลุดไป 2-3 ราย ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า ด้วยเหตุผล “คุณสมบัติไม่ผ่าน” ย่อมถูกปฏิเสธไม่ได้ว่า ถูกคัดทิ้งจากตะกร้า “คนดี” สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ “อาการเสียความรู้สึก” ถึงจะมีรางวัลปลอบใจให้อยู่ในตำแหน่งแห่งอำนาจอื่น แต่นั่นใช่ว่าสามารถลบภาพ “ดีไม่เท่าพวกเขา” ได้ ประเด็นจะกลับไปอยู่ดี เมื่อพิจารณา “คนที่ได้อยู่” กับ
“คนที่ถูกคัดทิ้งแล้ว” ตอบได้ชัดๆ จริงหรือว่า “ใครเลวกว่าใคร”
ชโลทร





พระสังฆาธิการ และวัดพระศรีมหาธาตุ จัดสัมมนาถวายความรู้ด้านพัฒนาการ และนวัตกรรมใหม่ๆ
ของวัสดุประเภทกระเบื้องปูพื้นพร้อมวิธีการติดตั้งกระเบื้อง เพื่อให้พระธรรมทูต สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นทีธารงสุทธิ์, เจียเหว่ยซู และเจนจิต ลัดพลี ร่วมงาน ณ เอ็มควอเทียร์ อเวนิว ชั้น จี และควอเทียร์ แกลอรี่ ชั้นเอ็ม ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์
