“ชูศักดิ์” อัด บ้านเมืองเข้าสู่ยุค “บ้านป่าเมืองเถื่อน” หลัง “จ่านิว” ถูกทำร้ายซ้ำสอง เย้ย ทำแบบนี้ไม่ได้ทำให้คนกลัว แต่จะยิ่งทำให้คนรวมตัวกันต่อต้าน
เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเหตุการณ์ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวน 4 คนรุมทำร้ายจนสลบและอาการค่อนข้างสาหัส เหตุเกิดบริเวณปากซอยหน้าบ้านตนเองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนับเป็นครั้งที่ 2 ที่จ่านิวได้ถูกกระทำในลักษณะดังกล่าว แต่ในครั้งนี้ถือว่ารุนแรงมากเพราะดูจากบาดแผล และอาการภายนอกที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจพยุงชีวิต เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดกับจ่านิวเพียงคนเดียวคนอื่นๆ ซึ่งอยู่ในกลุ่มที่เรียกร้องประชาธิปไตยและต่อต้าน คสช. หลายคนก็ถูกทำร้ายในลักษณะคล้ายกันมาแล้ว แต่ที่น่าแปลกใจคือเหตุการณ์ทั้งหมดมีกล้องวงจรปิด และผู้เห็นเหตุการณ์การทำร้าย กลับยังไม่มีการจับกุมตัวผู้ก่อเหตุ ไม่เห็นความพยายามใดๆ ที่จะดำเนินการหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ จึงเห็นว่าสาเหตุของการถูกทำร้ายนั้นน่าจะมีส่วนมาจากเรื่องทางการเมือง ดูคล้ายๆกับเป็นหน่วยกำลังที่มีการจัดตั้งเพื่อใช้ดำเนินการกับผู้ที่เห็นต่างทางการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นอันตรายอย่างมากแม้จะยังไม่รู้ตัวผู้ก่อเหตุว่าเป็นผู้ใดประชาชนทั่วไปก็คงคาดเดาได้ไม่ยาก เรื่องดังกล่าวถือเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล และคสช.โดยตรงในฐานะที่ดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองการปล่อยให้ผู้ที่ต่อต้านรัฐบาลถูกทำร้ายคนแล้วคนเล่าส่อให้เห็นถึงสภาพการณ์ของบ้านเมืองว่าจะเข้าสู่ยุคบ้านป่าเมืองเถื่อนเข้าไปทุกที ที่หน้าสงสัยก็คือทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายความมั่นคงจึงไม่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้
นายชูศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในยุคของ คสช. ประชาชนได้เห็นความชัดเจนถึงการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนมาเป็นระยะต่อเนื่องตั้งแต่มีการรัฐประหาร จากเดิมเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพโดยอาศัยคำสั่งของคำสั่งหรือประกาศของ คสช. และของหัวหน้า คสช. แต่ ณ วันนี้เริ่มใช้กระบวนการ ใช้กำลังเข้าทำร้ายผู้ที่เห็นต่าง การกระทำดังกล่าวย่อมอยู่ในความรับผิดชอบของ คสช. และรัฐบาลโดยตรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และจะต้องดำเนินการกับผู้ก่อเหตุอย่างจริงจังและรวดเร็ว เหตุการณ์นี้ตนคิดว่าไม่ได้ทำให้ฝ่ายที่เรียกร้องประชาธิปไตย และฝ่ายที่ต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. ต้องหวาดกลัวแต่อย่างใด ตรงกันข้ามกลับจะทำให้มวลชนของฝ่ายนี้รวมตัวกันมากขึ้นที่จะต่อต้านการกระทำที่ป่าเถื่อนและการใช้อำนาจที่ไม่ชอบธรรมของฝ่ายผู้มีอำนาจมากขึ้น

