“นายกฯ”เปิดประชุมจี 77 ย้ำความร่วมมือจากทุกฝ่าย “ลั่น”ประเทศไทยขาดทหารไม่ได้ “อ้าง”เพื่อใช้ขับเคลื่อน ระบุไม่ได้มีทหารเพื่อไว้รบกับใครหรือจับกุมดำเนินคดีนักการเมือง
เมื่อเวลา 09.00น.วันที่ 1 มิถุนายน ที่โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมประเทศสมาชิก กลุ่ม 77 เพื่อนำเสนอการใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สำหรับภาคธุรกิจ ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของภาคเอกชนในการส่งเสริมการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และเป็นโอกาสที่ประเทศไทยในฐานะประธานกลุ่ม 77 ณ นครนิวยอร์ก เพื่อเผยแพร่แนวทางการพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในฐานะเครื่องมือหนึ่งในการสนับสนุนการอนุวัติวาระการพัฒนา โดยเฉพาะการนำเสนอมุมมองการใช้แนวทางการพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในภาคเอกชน ซึ่งเอกชนหลายรายในไทยประสบความสำเร็จในการนำเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในภาคธุรกิจ
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลเป็นแกนหลักสำคัญในการพัฒนาทุกๆด้าน 167 เป้าหมาย รัฐบาลไทยจึงได้วางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีและดำเนินการตามแผนปฏิรูป ถ้าประชาชนไม่รู้อนาคตก่อนก็จะเกิดความขัดแย้งเพราะโลกไร้พรมแดนมีระบบสื่อสารที่รวดเร็ว รัฐไม่ใช่ผู้ที่จะกำหนดทุกอย่าง เราต้องพัฒนาที่ตัวบุคคลก่อนต้องปฏิรูป ว่าเราจะทำงานเพื่อใคร ตนทราบดีว่าทุกคนมีความรู้และประสบการณ์มากกว่าตน แต่ตนเป็นทหารเก่าหลายคนคิดว่าตนไม่รู้เรื่องแต่ก็ยอมรับว่าไม่รู้เรื่องจริงๆ ก็ใช้เวลาสองปีในการอ่านและเรียนรู้ก็พอจะรู้เรื่อง แต่ตนจะทำทุกอย่างในสิ่งที่ทุกคนเก่งอยู่แล้วเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ลดความขัดแย้งในอนาคต แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไปกีดกันใคร แต่เราต้องมองอนาคตโดยประชาชนจะต้องเป็นผู้กำหนดอนาคตตัวเองบ้าง แต่ต้องผ่านช่องทางที่ถูกต้อง แล้วแต่ว่าประเทศนั้นนั้นมีการปกครองแบบใด ถ้าเป็นประชาธิปไตยก็คือประชาธิปไตย
“ทุกคนจะต้องมีส่วนร่วมแต่ไม่ใช่รวมหัวกันเพื่อสร้างความขัดแย้ง ต้องรวมตัวกันเพื่อหาทางช่วยภาครัฐ การทำงานต้องมีการวางแผนและตั้งเป้าหมายไม่จะคิดจะทำอะไรก็ทำจากนั้นก็จะติดไปหมดเพราะหนึ่งไม่เคยเรียนรู้และประชาชนเองก็ไม่รับรู้มีการต่อต้านตลอดเมื่อมีคนชักนำไปในทิศทางหนึ่งทางใดเพราะเขาไม่รู้ว่าจะเสียประโยชน์หรือได้ประโยชน์จากอะไรบ้าง เพราะส่วนใหญ่จะมองกันไม่พ้นตัวเองดังนั้นเป็นหน้าที่ที่เราจะต้องทำให้เขามองทั้งตัวเองและส่วนรวม ดังนั้นต้องช่วยกันสร้างการรับรู้และความเข้าใจให้เกิดขึ้น ทั้งนี้ไม่มีทางทำอะไรได้สำเร็จแต่หากประชาชนไม่ให้ความร่วมมือ เพราะเขาจะเกิดความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจหวาดระแวงและกลัวว่าจะได้รับผลประโยชน์ที่ไม่เท่าเทียม ปัญหาทั้งหมดอยู่ที่คนทั้งสิ้น แต่ถ้าเราสามารถสร้างคนที่มีธรรมาธิบาล มีคุณธรรม จริยธรรมได้ก็จะไม่เกิดปัญหาเหล่านี้ ประเทศไทยวันนี้จะต้องเดินหน้าโดยผมเป็นผู้ปฏิบัติมาตั้งแต่เป็น ผบ.ทบ.ดูแลทหารสองแสนกว่าคนดูแลประชาชน ถ้าไม่มีทหาร ประเทศไทยไปไม่ได้
ในทุกวันนี้เราใช้ทหารในกันขับเคลื่อน และขอให้เข้าใจว่าผมไม่ได้มีทหารเพื่อไว้รบกับใครหรือจับกุมดำเนินคดีนักการเมือง ซึ่งความจริงการดำเนินคดีเรานั้นตำรวจก็สามารถดำเนินการได้แต่ก็พยายามต่อต้านโดยใช้กลไกในด้านอื่นๆซึ่งผมไม่อยากจะพูดตรงนี้ เพราะผมต้องรบทุกวันจนหน้ายับมาถึงทุกวันนี้ เมื่อคืนก็สะดุ้งตื่นตอนตีหนึ่งครึ่งเพราะตื่นเต้นที่จะได้มางานนี้และเจอปัญหาและคิดว่าวันนี้จะต้องสั่งการอะไรวันนี้ก็จะต้องสั่งอีกประมาณ 50 เรื่อง ที่ผ่านมาเกือบสามปีสั่งไปแล้ว 8,500 เรื่อง แต่ก็ยังไม่เสร็จนี่คือตัวอย่างของประเทศไทยถ้าเราปล่อยประละเลยทั้งหมดระบบบริหารราชการแผ่นดินและการเลือกตั้งล้วนแล้วแต่ทำให้เกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้น วันนี้การแก้ปัญหาผมไม่ได้แก้เพื่อประเทศไทยหรือตัวผมเองจะขึ้นจะลงผมไม่ได้ต้องการอำนาจอะไรทั้งสิ้นเพราะผมมีอำนาจมาพอเพียงแล้ว 30 กว่าปีเกือบ 40 ปีในกองทัพแล้วผมจะต้องใช้อีกทำไม ทุกวันนี้ใช้อำนาจเพื่อการพัฒนาต่างๆให้เกิดขึ้นโดยเร็ว ผมจะได้ไปๆเสียที ผมก็เบื่อหน้าตัวเองในจอโทรทัศน์ เบื่อจะตายอยู่แล้ว”พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลายอย่างอาจจะถูกบิดเบือนทำให้เกิดความไม่เข้าใจเพราะกลไกทางการเมือง ก็มีทั้งดีและไม่ดีทำให้ความเข้าใจผิดเพี้ยนไปจนทำให้เกิดความขัดแย้งภายในประเทศและลามไปถึงต่างประเทศก็จะทำให้ยุ่งกันไปหมด ภาคประชาชนไม่ควรมุ่งแต่กำไรสูงสุดเพียงอย่างเดียวรัฐเองก็ต้องอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆทั้งการเปิดตลาดการออกกฏหมายการสร้างความเป็นธรรมซึ่งประเทศไทยแก้ปัญหาเหล่านี้เยอะมาก ซึ่งวันนี้ทุกคนเริ่มพอใจ วันนี้เราถูกกำหนดหลักเกณฑ์ด้วยโบกและขั้วต่างๆวันนี้จึงต้องพยายามเอาสิ่งเหล่านี้มาทำให้เกิดประโยชน์โดยการรวมกลุ่มให้เกิดความแข็งแรงไม่ใช่รวม กันเพื่อสร้างความขัดแย้ง แต่ต้องรวมตัวเพื่อให้มีการรับฟัง ต้องพูดในภาษาเดียวกันเพื่อสร้างความเชื่อมั่น

