“ส.ส.กทม. เพื่อไทย” ลงตรวจสอบพื้นที่หลัง “จ่านิว” ถูกรุมทำร้าย จ่อยื่นกระทู้ด่วนในสภา บี้ “บิ๊กตู่” มาตอบเรื่องนี้ พร้อมเตรียมมอบเงิน 2 แสน ให้ “แม่จ่านิว” ขณะ “พลภูมิ” จี้ ตร.ดูแล ปชช. เหมือนดูแลบ้าน “บิ๊กป้อม” จี้ กทม. เร่งส่งภาพวงจรปิด เพราะดูแล้วมีกล้องกว่า 24 ตัว
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 29 มิถุนายน ที่ปากซอยรามอินทรา 109 ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) ประกอบด้วย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ นายการุณ โหสกุล น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ นายพลภูมิ วิพัฒภูมิประเทศ และนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. เขตคลองสามวา เจ้าของพื้นที่ ลงพื้นที่ตรวจสอบหลังนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นักเคลื่อนไหวกิจกรรมการเมือง ถูกรุมทำร้ายจนอาการสาหัส โดยคณะได้ตรวจสอบตั้งแต่หน้าบ้านสายสิรวิชญ์ ซึ่งที่อยู่ในซอยรามอินทรา 109/2 ซึ่งเป็นจุดที่นายสิริวิทย์เดินออกมาถนนใหญ่ที่ป้ายรถเมล ซึ่งห่างประมาณ 100 เมตร
โดยนายจิรายุกล่าวว่า จ่านิวเป็นลูกบ้านในเขตคลองสามวาพื้นที่ของตน ท่ใช้ชีวิตตามปกติมานานซึ่งเขตคลองสามวาก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน หากสังเกตจากจุดบ้านของจ่านิวมาถึงปากซอยมีกล้อง CCTV ของกรุงเทพฯไม่น้อยกว่า 12 จุด จุดละ 2 ตัว ทางทิศเหนือทิศใต้ขนานไปกับถนน รวม 24 ตัว หากคนร้ายติดตามจ่านิวมาตั้งแต่ในซอย สามารถดูกล้องกับวงจรปิดได้จนมาถึงจุดที่เกิดเหตุ จึงขอเรียกร้องไปยังตำรวจให้ขอภาพจากกล้องวงจรปิดซึ่งตนก็หวังว่าคงไม่ใช่กล้องที่เสีย พร้อมเรียกร้องให้ กทม.รีบส่งภาพจากกล้องวงจรปิดดังกล่าวมาโดยเร็ว และล่าสุดได้รับการประสานจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการไปยังตำรวจนครบาล 3 หรือ สน.มีนบุรี ให้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน
นายจิรายุกล่าวอีกว่า ในวันพุธ ที่ 3 กรกฎาคม ส.ส.พท. จะยื่นกระทู้สดถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่เคยระบุว่าเป็นนายกฯของคนไทยทั้งประเทศ และนายกรัฐมนตรีจะต้องมาตอบกระทู้สดในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้ประชาชน 60 กว่าล้านคนเกิดความมั่นใจ เพราะขนาดกรุงเทพฯมีกล้องวงจรปิดมีตำรวจและประชาชนที่เห็นเหตุการณ์หากยังไม่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ประเทศนี้จะอยู่กันยาก อย่างไรก็ตามในเวลา 11.00 น. ของวันนี้ ตนและ ส.ส.พท. จะเดินทางไปยังโรงพยาบาลมิชชั่นเพื่อมอบเงินบริจาคจำนวน 200,000 บาทให้กับมารดาของจ่านิว
“ขอเรียกร้องไปยัง ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มีการโพสต์ข้อความที่น่าเกลียด เช่น สมน้ำหน้าสะใจ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง แค่เพียงแต่คนในรัฐบาล และผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองไม่เหลียวแลก็มากพอแล้ว แต่ไปซ้ำเติมเหมือนจ่านิวไม่ใช่คนไทยถือว่าไม่ถูกต้องใครโพสต์อยู่ในขณะนี้ขอให้รีบลบข้อความ แม้ว่าจะนิวจะมีความคิดเห็นทางการเมืองที่ตรงข้ามกับหลายคนแต่ต้องให้ความเห็นอกเห็นใจในฐานะที่เป็นประชาชนหากเกิดกับลูกหลานจะตอบปัญหาแบบนี้กับสังคมไม่ได้” นายจิรายุกล่าว

ขณะที่ น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า การทำร้ายนักเคลื่อนไหวทางการเมืองถือเป็นการดำเนินการที่อุอาจ พท.ขอประณามโดยเฉพาะคนที่อยู่เบื้องหลังเพราะการดำเนินการในลักษณะนี้เป็นการดำเนินการที่ต่ำช้ามาก ในเรื่องของการแสดงออกหรือประเด็นที่แตกต่างทางการเมืองในปัจจุบันเป็นการแสดงออกที่ไม่ใช้ความรุนแรงแต่ขณะนี้ไม่เข้าใจว่าการที่มีคนแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง เป็นเรื่องที่จะต้องถึงกับทำร้ายกันเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง และอาการแบบนี้จะนำไปสู่ความรุนแรงในอนาคต รวมถึงเกิดความแตกแยกในสังคม

ด้านนายพลภูมิกล่าวว่า เรียกร้องหน่วยงานความมั่นคง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ไม่ใช่ดูแลแต่บ้านพัก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ทุกเช้าเย็น ข่าวการเกิดเหตุกลางวันแสกๆ เช่นนี้ทำให้ประชาชนผวาไม่อยากให้พื้นที่ใกล้บ้านของรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลความมั่นคง ประชาชนต้องมาหวาดระแวงประชาชนจะต้องมาหวาดระแวงเรื่องเหล่านี้
จากนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.วุฒิภัทร เปรมปรี รองผู้กำกับ สน.มีนบุรี ได้เดินทางมารับเรื่องที่ทาง ส.ส.กทม. พรรค พท.ฝาก พร้อมกล่าวว่า เรื่องทางคดีเราได้มีการประชุมกันอย่างต่อเนื่อง ผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องทุกตัว และเรียกพยานไปสอบอย่างต่อเนื่อง โดยจากนี้ทางเจ้าหน้าที่จะเพิ่มความเข้มในการตรวจ วางกำลังสายตรวจ ประสานชุดจู่โจม เพิ่มความถี่ให้การออกตรวจ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาในพื้นที่ไม่เคยมีเหตุการณ์รุมทำร้ายในลักษณะนี้ ซึ่งเราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ

