‘จุรินทร์’ชู’พระเจ้าตากโมเดล’แบ่ง 3 ทัพขับเคลื่อนปชป. แจงเลือกคุม 3 กระทรวง มั่นใจสามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจฐานราก

29.06.19 | 12:29 น.

‘จุรินทร์’ชู’พระเจ้าตากโมเดล’แบ่ง 3 ทัพขับเคลื่อนปชป. แจงเลือกคุม 3 กระทรวง มั่นใจสามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจฐานราก เติมเต็มรัฐบาลได้ จ่อนัดประชุมครม.ทุกเย็นวันจันทร์ กระชับการทำงานแนวทางเดียวกัน คาดเลือกตั้งท้องถิ่นเริ่มปลายปีนี้


เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ที่โรงแรมเซนทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ทแอนด์วิลล่า หัวหิน พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)ได้จัดงานสัมมนาส.ส.และคณะกรรมการบริหารพรรค โดยมีแกนนำ กรรมการบริหารพรรค และส.ส.ร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ทั้งนี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นกล่าวเปิดงานสัมมนาส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ว่ากรรมการบริหารพรรคได้เตรียมงานไว้หลายเรื่องในช่วงเดือนเศษที่ผ่านมาเกี่ยวกับเรื่องการขับเคลื่อนกิจการของพรรคให้เดินต่อโดยใช้แกนหลักสำคัญ 2 แนวทาง คือ 1. บริหารจัดการ และ 2. การดำเนินการทางการเมือง ซึ่งทั้งสองแกนนี้จะต้องทำงานสอดประสานกันไป โดยแกนด้านการบริหารจะมีกรรมการบริหารพรรคเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อน ส่วนด้านการเมืองจะมีคณะกรรมการ 15 ชุดที่จะขับเคลื่อนให้พรรคเดินไปข้างหน้า และโครงสร้างใหญ่สำคัญที่สุดคือยุทธศาสตร์พรรคที่หัวหน้าพรรคเป็นผู้ดูแล และมาถึงวันนี้ในช่วงเดือนเศษ คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคได้ดำเนินการในการกำหนดยุทธ์ศาสตร์ที่จะเดินไปข้างหน้า ภายในสถานการณ์ที่ผ่านมา ปัจจุบัน และคาดการว่าในอนาคตจะเกิดขึ้น เพื่อให้พรรคเดินไปข้างหน้า

นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคได้ประเมินสถานการณ์และวิเคราะห์การเลือกตั้งที่ผ่านมา สุดท้ายตัดสินร่วมกันว่าเราจะเดินหน้าไปภายใต้ยุทธศาสตร์อุดมการณ์ทันสมัย นี่คือสิ่งที่เป็นตัวตนของความเป็นประชาธิปัตย์ เรามั่นใจว่าอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ทันสมัยและขายได้เสมอทางการเมือง อย่างน้อยคือ 1. ต่อไปนี้ประชาธิปัตย์จะยืนอยู่บนหลักการของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ไม่ใช่ระบบอื่น 2. อุดมการณ์ทำงานเพื่อประชาชนด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และ3. เราจะเดินหน้าพาพรรคประชาธิปัตย์ไปสู่ความเป็นสถาบันทางการเมืองที่เข้มแข็งในระบอบประชาธิปไตยในอนาคตเพื่อพาคนที่ยึดมั่นศรัทธากับประชาธิปัตย์ให้กลับมาเดินเคียงข้างกับเราต่อไปในอนาคตและทำให้ประชาชนเข้มแข็งต่อไป
“ประชาธิปัตย์ถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลง แต่ต้องเปลี่ยนอย่างมีวุฒิภาวะ อะไรดีก็คงไว้ อะไรที่ต้องเปลี่ยนก็เปลี่ยนเพื่อความทันสมัย คือบุคคลากรที่จะเป็นคนรุ่นใหม่ มีความคิดทันสมัยเข้ามาร่วมกับเรามากขึ้น รวมทั้งนโยบายต้องทันสมัย ระบบจัดการต้องทันสมัย ไม่ใช่ทันสมัยเฉพาะภาพลักษณ์ แต่ต้องทันสมัยในเนื้อหา สะท้อนถึงอดีตและสิ่งที่ประเทศเราต้องการ ตรงนี้จึงเป็นที่มาว่าทำไมประชาธิปัตย์ต้องมีทีมเศรษฐกิจทันสมัยก็เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ มือเศรษฐกิจ นักวิชาการรุ่นใหม่ เข้ามาร่วมอุดมการณ์ และทำไมประชาธิปัตย์ถึงต้องมีคณะกรรมการกิจการเยาวชน เพราะต้องการฟื้นยุวประชาธิปัตย์ เกิดขึ้นอีกครั้งหลังหายไป 3 ทศวรรษ ก็เพื่อต้องการเอาคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมทำงานกับพรรค บ่มเพาะอุดมาการณ์ประชาธิปไตยเพื่อขับเคลื่อนพรรคให้ไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมาย”นายจุรินทร์ กล่าว

Advertisement

นายจุรินทร์กล่าวอีกว่า พรรคประชาธิปัตย์มีคณะกรรมการส่งเสริมสิทธิเยาวชนของคนทุกกลุ่มและส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศ LGBT โดยภายใน2 สัปดาห์ข้างหน้าพรรคจะเปิดตัวบุคคลที่เป็นLGBTให้มาร่วมทำงานกับพรรค นอกจากนี้ยังมีคณะกรรมการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยในสัปดาห์หน้า พรรคจะเคาะทีมทำงานชุดนี้เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม สะท้อนความทันสมัยของพรรค และอีกไม่นานคณะกรรมการชุดนี้จะมีการทำแอพพลิเคชั่นใหม่เกิดขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในกรุงเทพฯและทุกภาคของประเทศ ที่สามารถร้องเรียนผ่านแอพพลิเคชั่นได้ ยุทธศาสตร์ และอุดมการณ์ทันสมัยเหล่านี้คงไม่เพียงพอที่จะเดินไปสู่ความต้องการ จะต้องมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนอีก ถ้าเป็นทีมฟุตบอลต้องเป็นทีมเซ็นเตอร์ฮาร์ฟ

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่าประชาธิปัตย์ตอนนี้ถ้าเปรียบเหมือนกองทัพที่กำลังรุกไปข้างหน้ามี3 ทัพคือ 1 ทัพคณะรัฐมนตรี(ครม.) 2 ทัพส.ส. และ3 ทัพกก.บห. ซึ่งทั้ง3 ทัพนี้มั่นใจว่าทุกอย่างจะเกิดเป็นรูปธรรมและนำพาพรรคไปสู่ความสำเร็จ และสำหรับรัฐมนตรีของพรรคเรามั่นใจว่าทำงานอย่างเป็นเอกภาพและไปในทิศทางเดียวกัน วันนี้พรรคไม่มีทางเลือกอย่างอื่น
“ผมคิดถึงพระเจ้าตากโมเดล มีทางเดียวคือเราต้องเดินไปข้างหน้าไม่มีทางเลือกอื่น การที่เราต้องตัดสินใจเลือก กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพราะพบความจริงว่าหลายปีที่ผ่านมาเรามีปัญหา คือเศรษฐกิจฐานรากที่เป็นจุดอ่อนของประเทศ เมื่อเราสำรวจตัวเองพบว่าเรามีศักยภาพพอที่จะเติมเต็มฐานรากนี้ นี่คือที่มาว่าทำไมต้องตัดสินใจเดินหน้าขอทั้ง3 กระทรวงนี้ ผมมั่นใจว่าด้วยนโยบายประกันรายได้เกษตรกร ด้วยความรู้ประสบการณ์ของเรา จะสามารถเติมเต็มให้รัฐบาลแก้ปัญหาได้อย่างสำเร็จ และทุกเย็นวันจันทร์ ผมตั้งใจว่าจะมีการจัดประชุมครม.ของพรรค เพื่อทำความเข้าใจในเรื่องทิศทาง ลักษณะการทำงานให้เดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน”นายจุรินทร์ กล่าว
นายจุรินทร์กล่าวต่อว่าสำหรับสิ่งที่ต้องเตรียมการเดินหน้าในระยะเวลาอันใกล้ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงคือการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยใน2วันนี้ได้ใช้นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคดูแลกทม.นัดประชุม อดีตส.ส. ส.ก. ส.ข. รวมทั้งผู้สนใจมาร่วมแสดงความคิดเห็นเตรียมการเลือกตั้งท้องถิ่น เพราะหากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงคาดว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในปลายปีนี้ ซึ่งการตัดสินใจส่งผู้สมัครในนามพรรคก็จะพิจารณาตามความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ และพรรคตัดสินใจอย่างไรก็คิดว่าเราจะต้องมีการปรับทิศทางการทำงานให้เป็นทีมเดียวกัน และผู้สมัครในนามพรรคจะต้องบริหารงานปกครองท้องถิ่น นอกจากจะรับผิดชอบต่อประชาชนแล้วจะต้องรับผิดชอบต่อพรรคด้วย และพรรคจะต้องรับผิดชอบผู้ลงสมัครท้องถิ่นด้วย ไม่ใช่เป็นอิสระหรือขาดจากพรรค เพราะสุดท้ายพรรคก็ต้องรับผิดชอบการบริหารงานที่จะเกิดขึ้น ดังนั้นหวังว่าภายใต้ความร่วมมือร่วมใจของทุกคน เราจะสามารถนำพาพรรคประชาธิปัตย์ไปสู่ความเป็นหนึ่งอีกครั้งในอนาคต

“สาธิต”เตรียมพร้อมแจงถือหุ้นสื่อแล้ว ยันแค่ทำธุรกิจขายปูนซีเมนต์ ชี้ข้อเท็จจริงต่างจาก”ธนาธร” ระบุคุณสมบัติรมต.เข้มกว่าส.ส. ห้ามถือหุ้นบริษัทเกิน 5 เปอร์เซ็นต์
ที่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ บีช รีสอร์ทแอนด์วิลล่า หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะว่าที่รมช.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับพิจารณาคำร้องวินิจฉัยส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 7 คนที่ถือหุ้นในบริษัทที่จดทะเบียนวัตถุประสงค์ประกอบกิจการด้านสื่อสารมวลชน ว่า ตนไม่รู้สึกหนักใจในการเตรียมการเพื่อชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพราะกรณีดังกล่าวแตกต่างจากกรณีของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ประกอบกิจการสื่อ ซึ่งประเด็นอยู่ที่ว่าโอนหรือยัง แต่สำหรับกรณีของตนนั้นเป็นเพียงการจดทะเบียนบริษัทแบบฟอร์มทั่วไปที่เปิดโอกาสให้สามารถประกอบธุรกิจสื่อสารมวลชนได้ แต่ความจริงบริษัทดังกล่าวได้ขออนุญาตทำเป็นเพียงธุรกิจปูนซีเมนต์ผสมเสร็จเท่านั้น ไม่ได้มีการประกอบธุรกิจด้านสื่อมวลชนใดๆ ซึ่งเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (3) ไม่ต้องการให้ถือหุ้นกิจการด้านสื่อสารมวลชน มิฉะนั้นจะทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ ทั้งนี้ ได้เตรียมเอกสารชี้แจงต่อศาลเกือบเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงเอกสารจากกรมศิลปกร กระทรวงวัฒนธรรม ที่จะใช้ประกอบเพื่อยืนยันว่าบริษัทที่ตนถือไม่ได้ทำสื่อ

นายสาธิต กล่าวอีกว่า คุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญของผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีจะเข้มข้นกว่าส.ส. โดยมาตรา 187 กำหนดเกี่ยวกับเรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ว่าห้ามถือหุ้นบริษัทเกิน 5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทางออกมีอยู่สองทาง คือ โอนให้บริษัทกลาง หรือโอนขาย โอนให้ โดยขณะนี้ตนดำเนินการเรียบร้อยแล้ว