วันที่ 29 มิถุนายน ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา 2516 ถนนราชดำเนิน กรุงเทพมหานคร จัดงาน ดนตรีประชาธิปไตย 24 มิถุนา วันอะไร? ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามี นักกิจกรรมและประชาชนตั้งแต่วัยรุ่นไปจนถึงผู้สูงอายุและผู้พิการ เดินทางมาร่วมงานดนตรีอย่างคับคั่งตั้งแต่ก่อนเวลาเริ่มงานตามกำหนดการ 16.00 น. โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ผู้ร่วมงานบางส่วนยืนถือป้ายแสดงข้อความ “Dangerous zone dictator คสช. Absolute people” และ “หยุดคุกคามประชาชน” บริเวณด้านหน้าอนุสรณ์สถานมีการแจกข้าวโพดต้มและน้ำแดงให้กับผู้มาร่วมงานและผู้สัญจรโดยรอบ
ทั้งนี้ เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่เดินทางมาถึงงาน โดยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนสั้นๆ จากนั้นขึ้นเวทีกล่าวว่า นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว ได้เคลื่อนไหวเพื่อธำรงไว้ซึ่งความหวังของประชาชนในการสร้างประชาธิปไตย เพื่อต่อต้านรัฐประหาร ทำให้โดนคดีความต่างๆ แต่ยังเดินหน้าทำกิจกรรมด้วยความพยายามที่จะทำให้สังคมเห็นว่ารัฐบาลที่ไม่ได้มาจากประชาชนไม่ได้สะอาดอย่างที่ร่ำลือ มีการกระทำที่ส่อให้เห็นถึงการทุจริต นายสิรวิชญ์กับพวกนั่งรถไฟไปหัวหินเพื่อตรวจสอบการทุจริตในโครงการอุทยานราชภักดิ์ สิ่งที่เกิดขึ้นคือคนที่จะไปจับโกง ตรวจสอบการใช้ภาษีประชาชนของผู้มีอำนาจกลับโดนคดีเสียเอง หลังจากนั้นยังโดนอีกหลายคดีเช่น คดี พรบ.ความสะอาด เพราะจัดกิจกรรม post it เขียนความในใจ แปะบนกำแพงที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

“แม้จะมีการเลือกตั้งแล้ว จ่านิวยังจัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อถอดถอนคณะกรรมการการเลือกตั้ง ทำให้จ่านิวถูกฟ้องจาก กกต. ฐานหมิ่นประมาทโดนไปอีก 1 คดี เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อรู้ผลการเลือกตั้งแล้วพรรคการเมืองกำลังหมกมุ่นเพื่อจัดตั้งรัฐบาล ขณะนั้นจ่านิวก็ขับเคลื่อนครั้งใหม่ในนามกิจกรรมปิดสวิตช์ ส.ว รณรงค์ล่ารายชื่อในหลายจังหวัดเพื่อเรียกร้องให้พี่น้องประชาชนมาร่วมลงรายชื่อเรียกร้องให้สมาชิกวุฒิสภาที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ไม่ได้มาจากประชาชน งดออกเสียงในการเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งจ่านิวได้ทำความระคายเคืองให้กับผู้มีอำนาจเป็นจำนวนหลายครั้ง ปฏิเสธไม่ได้ว่าการถูกทำร้ายร่างกายร่างกายอย่างอุกอาจ กลางวันแสกๆในครั้งนี้เป็นเพราะเขาเป็นหนามของผู้มีอำนาจ เขาเป็นหนามของผู้ที่ต้องการสืบทอดอำนาจ การทำร้ายจ่านิวครั้งนี้ไม่ใช่การทำร้ายจ่านิวแต่เป็นการสั่งสอนทุกคนว่าอย่าลุกขึ้นมาต่อต้านอำนาจที่ไม่เป็นธรรม” นายธนาธรกล่าว
นายธนาธร กล่าวต่อว่า นิยามของประวัติศาสตร์การต่อสู้รัฐประหารของจ่านิวตั้งแต่ในรั้วมหาวิทยาลัย วันนี้อายุ 20 ปลายๆ จากคดีความที่เล่ามาและกิจกรรมที่ทำตลอด 5 ปี แสดงให้เห็นว่าเขาเริ่มกิจกรรมตั้งแต่อายุ 20 ต้นๆ จนถึงวันนี้การเดินทางของเขาคือการต่อสู้ของคนที่รักความเป็นธรรมที่ไม่มีต้นทุนทางสังคม ไม่ได้มาจากครอบครัวที่ร่ำรวย ข้อเท็จจริงคือจ่านิวมาจากครอบครัวที่ยากจนด้วยซ้ำ แม่ทำอาชีพรับจ้างรายวัน ไม่ได้เป็นคนที่มีนามสกุลใหญ่โต ไม่ได้มีเครือข่ายกว้างขวาง ไม่ใช่คนที่มีอำนาจเหนือระบบข้าราชการ ไม่ใช่คนที่มีเส้นสายแต่เป็นคนธรรมดาไม่ได้มีความพิเศษอะไร ที่ผ่านมาเราปล่อยให้คนเหล่านี้ต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว ที่ผ่านมาเราไม่เห็นความสำคัญของการต่อสู้พิทักษ์ไว้ซึ่งสิทธิพลเมือง สิทธิเสรีภาพ
“วันนี้ถึงเวลาแล้วอยากให้ทุกคนมาทำงานร่วมกันเรียกร้องร่วมกันอย่าปล่อยให้คดีนี้ผ่านไปกับสายลมอีก อย่าปล่อยให้คดีนี้เป็นอีก 1 คดีที่ผู้กระทำความผิดไม่ต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่เกิดขึ้นครั้งแรก แต่เกิดขึ้นแล้วกับนักกิจกรรมอีกหลายคน ดังนั้นเดินหน้าต่อไป ข้อเรียกร้องของพวกเราก็คือคนที่ทำผิดจะต้องถูกลงโทษ มารณรงค์เรื่องนี้ด้วยกันเพราะไม่ใช่ความเป็นธรรมให้กับสิรวิชญ์คนเดียว แต่เป็นการเริ่มต้นของการคืนความเป็นธรรมให้กับคนทั้งสังคม” นายธนาธรกล่าว


