เดินหน้าชน : ‘สภาล่ม’ : เสกสรรค์ กิตติทวีสิน

1.07.19 | 13:30 น.

การประชุมของสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สกลนคร เมื่อ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา กลายเป็นข่าวใหญ่เมื่อไม่สามารถจัดการประชุมได้ เนื่องจากสมาชิกสภา อบจ.หายหน้าไปถึง 14 คน เหลือเพียง 11 คน หรือไม่ถึงกึ่งหนึ่ง

เป็นการประชุมสภาสมัยวิสามัญ สมัยที่ 1/2562 มีการบรรจุวาระการประชุมที่สำคัญต่อประชาชน โดย นายชัยมงคล ไชยรบ นายก อบจ.สกลนคร เป็นผู้ยื่นญัตติและจะเป็นผู้อภิปรายนำเสนอโดยเฉพาะระเบียบวาระที่ 3 ญัตติขอความเห็นชอบร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2563 ของ อบจ.สกลนคร ตามด้วยระเบียบวาระที่ 6 ญัตติเรื่องขออนุมัติโอนงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2563 และระเบียบวาระที่ 7 ญัตติขออนุมัติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำชี้แจงงบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2563

โดยในวาระที่ 3 เป็นการพิจารณาญัตติข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2563 มีจำนวน
เงินสูงถึง 927 ล้านบาท งบก้อนโตนี้เน้นไปที่เรื่องการปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค โดยเฉพาะถนนหนทางที่หลายสายเป็นลูกรังจะถูกสร้างใหม่เป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก

กรณี “สภาล่ม” ดังกล่าว ถ้าถามกันแบบซื่อๆ โดยไม่มีการเมืองแอบแฝง ยังไม่มีใครบอกได้ว่า ทำไมถึงหายหน้าพร้อมกัน 14 คน เป็นเรื่องที่ประชาชนในพื้นที่คาใจอย่างมาก ปีๆ หนึ่งจะมีการประชุมสำคัญๆ สักกี่ครั้ง ในเมื่อครั้งนี้จะเป็นการนำโครงการมาช่วยพัฒนาท้องถิ่น

โดยปกติปัญหา “สภาล่ม” เกิดขึ้นบ่อยครั้งในสภาท้องถิ่นทั่วไป แล้วแต่สถานการณ์ของแต่ละแห่ง การจงใจให้เกิดสภาล่ม ยกตัวอย่าง เพื่อมิให้ผู้บริหารและคนของผู้บริหารที่นั่งในสภาเทศบาลท้องถิ่นนั้นไปผ่านงบประมาณที่ฉ้อฉล เป็นโครงการที่ไม่โปร่งใส ประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไร จนนำไปสู่การยุบสภาและนายกเทศมนตรีต้องลาออกเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่เกิดขึ้น เงินแผ่นดินยังอยู่ครบทุกบาททุกสตางค์

Advertisement

หรือบางสภาท้องถิ่นที่เล่นการเมืองจนลืมนึกถึงประชาชน เพราะรู้ว่าใกล้วันเลือกตั้งในอีกไม่นาน หากผ่านญัตติที่เป็นโครงการสำคัญออกไป เท่ากับเพิ่มความนิยมในหมู่ประชาชนให้กับคู่ต่อสู้ไปโดยปริยาย จึงต้องทำลืมที่จะเข้าประชุมด้วยกลวิธีลูกเล่นมากมายนำไปสู่การยุบสภา โดยที่ตัวเองต้องขาดลาไม่เกิน 3 ครั้ง อันนี้ประชาชนเสียโอกาสมากมาย ทั้งแง่เศรษฐกิจ สังคม จนถึงคุณภาพชีวิต

สำหรับการประชุมสภา อบจ.ล่มครั้งนี้ เป็นที่สนใจขึ้นมา เพราะอีกไม่กี่สัปดาห์ คำสั่งมาตรา 44 ที่สั่งการให้ผู้บริหารและคณะผู้บริหารท้องถิ่นรักษาการในตำแหน่งของตนเองไปก่อนจะหมดลงไป ภายหลังจากที่เกิดรัฐบาลใหม่ขึ้นมา และจะเป็นหน้าที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่น

การเกิดสภาล่มแบบนี้จึงเป็นที่จับจ้อง ต้องไปตอบประชาชนหรือเสียงสวรรค์ที่แท้จริงในพื้นที่ให้ได้ การเลือกทางตรงของประชาชนทั้งนายกและสมาชิกสภาท้องถิ่นก็ส่งผลดีเหมือนกันหากเกิดกรณีเช่นนี้ ตัดสินได้เลยว่าจะให้ผู้สมัครเหล่านี้ที่บอกว่าเสียสละเพื่อส่วนรวมนั้นจริงหรือไม่ สมควรให้ไปต่อหรือไม่

ในรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 ที่ให้ความสำคัญในการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นอย่างแท้จริง ให้ประชาชนได้เลือกคณะผู้บริหารและผู้บริหารท้องถิ่นโดยตรง รวมทั้งกำหนดให้คณะผู้บริหารหรือผู้บริหารจะเป็นข้าราชการประจำ หรือมีตำแหน่งในหน่วยงานอื่น ได้แก่ หน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ และของข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้ควบคู่ลงชิงตำแหน่งไปพร้อมกันไม่ได้อีกต่อไป ก่อนจะมีการคลอดกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องออกมา ตั้งแต่ พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2546 ตามด้วย พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2546 พ.ร.บ.เทศบาล (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2546 และ พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2546 ก่อนเกิดการเลือกตั้งท้องถิ่นในช่วงปลายปี 2546

ในเดือนกันยายนนี้ สภา อบจ.สกลนครจะเปิดห้องประชุมอีกครั้ง ไม่ใช่เพียงแค่คนในจังหวัดสกลนครเท่านั้น หากแต่ในพื้นที่อื่นๆ กำลังมองว่า การประชุมสภาจะเกิดขึ้นหรือไม่ ใครๆ ก็อยากเห็นการทำหน้าที่ให้เสร็จสมบูรณ์เป็นตัวแทนประชาชนมากกว่าที่จะทำอะไรบางอย่างโดยไม่ทราบที่มาที่ไป

งบประมาณโครงการเกือบ 1 พันล้านจำเป็นต้องให้ที่ประชุมสภาพิจารณา จะผ่านไม่ผ่านก็อยู่ที่มติของการประชุมสภา สง่างามกว่าเยอะเลย

เสกสรรค์ กิตติทวีสิน