“คสช.” แจงสาเหตุ เปลี่ยนสถานที่พูดคุย ชี้ป้องกันข้อครหา อะไรๆก็เข้าค่ายทหาร
เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน แหล่งข่าวจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปลี่ยนสถานที่ปรับทัศนคติจากค่ายทหารเป็นศาลากลางจังหวัดและสถานีตำรวจ ว่า ต้องลำดับความก่อนว่าพอมีการบังคับใช้ พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติ พ.ศ.2559 ขอย้ำว่าตอนนี้ไม่มีการเรียกบุคคลมาปรับทัศนคติแล้ว ซึ่งเราก็ไม่ใช่คำนี้อีกด้วย แต่ใช้คำว่าการพูดคุยทำความเข้าใจ และขอความร่วมมือ ส่วนสาเหตุที่เลือกใช้สถานที่ราชการแทนค่ายทหารนั้น นั่นเป็นเพราะมีอยู่กรณีหนึ่งที่ จ.ภูเก็ตที่บริษัทหนึ่งซื้อที่ดินมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย แต่มีพี่น้องประชาชนอยู่ในบริเวณที่ดินนั้นมาเป็นเวลานาน ทำให้เป็นความขัดแย้งระหว่างบริษัทกับประชาชนในพื้นที่ จนทำให้ทหารต้องเข้าไปแก้ไขปัญหาด้วยการเชิญทั้งสองฝ่ายมาพูดคุยกันในค่ายทหาร เลยทำให้กระแสสังคมที่เห็นต่างวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการเชิญมาปรับทัศนคติ โดยที่ประชาชนมีความเดือดร้อนทั้งๆ ที่ความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย เป็นเพียงการเชิญมารับทราบข้อมูลร่วมกันทั้งสองฝ่าย
แหล่งข่าว คสช.กล่าวต่อว่า กรณีที่สองเกิดที่ จ.พิษณุโลกที่มีการตรวจสอบการขุดลอกคลองขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) โดยมีประชาชนเข้าไปชี้แจงทำความเข้าใจในค่ายทหาร จากนั้นก็มีการโจมตีว่าทหารเรียกประชาชนไปปรับทัศนคติในค่ายทหาร ซึ่งทั้งสองกรณีนี้จึงเป็นที่มาที่ไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. พิจารณาว่าเพื่อป้องกันการถูกโจมตีจากแนวทางดังกล่าวเลยหันมาใช้สถานที่ราชการ ทั้งศาลากลางจังหวัดและสถานีตำรวจ ในการเรียกคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายมารับทราบปัญหาขัดแย้งไม่เข้าใจกันก็เท่านั้นเอง โดยมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหัวหน้าทีม
เมื่อถามว่าแนวทางดังกล่าวจะปฏิบัติต่อนักการเมืองและนักเคลื่อนไหวทางสังคมอย่างไร แหล่งข่าว คสช.กล่าวว่า หากภาคประชาสังคมไม่เคลื่อนไหวเกินกรอบกฎหมาย เราจะใช้แนวทางแจ้งเตือนบอกกล่าว หากทำผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งขอย้ำว่าจะไม่มีการเชิญมาปรับทัศนคติ พร้อมทั้งจะไม่ใช้พื้นที่ค่ายทหารอีกแล้ว เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและลดความรู้สึกไม่ดีว่ามีอะไรก็ต้องไปที่ค่ายทหาร
เมื่อถามต่อว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่ทหารจะไม่ใช้เครื่องแบบไปพูดคุยทำความเข้าใจ เพื่อทำให้ภาพลักษณ์การพูดคุยดีขึ้น แหล่งข่าว คสช. กล่าวต่อว่า คงต้องดูสถานการณ์ความพร้อมและความเหมาะสมอีกครั้งหนึ่ง
“หลังจากนี้ไป คสช.จะพิจารณาคำสั่งหรือประกาศได้หรือไม่นั้นคงต้องดูว่าไปตามสถานการณ์ ทั้งนี้เรายึดถือความสงบของบ้านเมืองเป็นเรื่องหลัก พร้อมทั้งสนับสนุนการบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าอะไรก็ตามทำให้บ้านเมืองเกิดบรรยากาศแห่งความสงบสุขร่มเย็น ก็สามารถทำได้ทั้งนั้น” แหล่งข่าว คสช.กล่าว

