‘บิ๊กตู่’ วอนอย่าคิดลึกคำพูด ไม่อยากรัฐประหารเช่นกัน ชี้กลางเดือนนี้ทุกอย่างเรียบร้อย (คลิป)

2.07.19 | 14:33 น.

“บิ๊กตู่” วอนอย่าคิดลึกคำพูด ไม่อยากรัฐประหารเช่นกัน ชี้กลางเดือนนี้ทุกอย่างเรียบร้อย (คลิป)

เมื่อเวลา 13.10 น. วันที่ 2 กรกฎาคม ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าวันนี้มีการประชุม คสช.มีการสรุปทบทวนแผนงานการปฏิบัติและการดำเนินการในระยะต่อไปเมื่อไม่มี คสช.จะทำอะไรอย่างไร ถือเป็นการทบทวนการปฏิบัติงานและดำเนินงานในเรื่องที่ยังไม่ได้ข้อยุติ เพื่อส่งต่อให้รัฐบาลต่อไปเพื่อดำเนินการตามกลไกปกติ ทั้งนี้ คสช.จะหมดหน้าที่ลงในวันที่ ครม.ชุดใหม่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน คือประมาณเดือนกรกฎาคมนี้ เป็นไปตามไทม์ไลน์ทุกประการ “ผมไม่ได้พูดมาหลายวัน แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ทุกอย่างเดินหน้าไปแล้วทั้งหมด”

ผู้สื่อข่าวขอให้ พล.อ.ประยุทธ์อธิบายคำพูดของตัวเองที่ระบุว่า ไม่อยากใช้วิธีการแก้ปัญหาเดิมๆ ซึ่งมีการตีความว่าอาจมีการรัฐประหารขึ้นมาอีก พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนไม่อยากให้ตีความลึกซึ้งไปถึงขนาดนั้น ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าปัญหาของเราเริ่มมาจากอะไร พอมีปัญหาเกิดขึ้นมา ในทางการเมืองก็เดินขบวน มีการขยายความรุนแรงกันมากขึ้น ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายกันมากขึ้น ทุกคนก็ไม่มีความสุข คนที่ไม่เกี่ยวข้องก็เดือดร้อนไปด้วย ตนพูดเพียงแค่นั้น เพื่อไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้นอีก

“ในเรื่องการปฏิวัติรัฐประหาร หรือการปฏิวัติซ้อน ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แม้กระทั่งผมเองที่ทำมา ผมก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น ในวันนั้น ผมก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น เราจึงควรกลับมาแก้ปัญหาที่ถูกวิธีจะดีกว่า 5 ปีที่ผ่านมาก็ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายด้าน หลายอย่างก็ดี บางอย่างยังไม่เรียบร้อย แต่เราหยุดแค่นี้ไม่ได้ ไหนๆ ก็ทำมาถึงวันนี้แล้ว ทุกคนก็ต้องร่วมมือกัน ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ฝ่ายค้าน หรือภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ต้องช่วยกัน เราต้องปฏิรูปทุกอย่างให้ไปด้วยกัน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

 

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามว่าปัญหาการจัดตั้งรัฐบาลที่ล่าช้าเกิดจากปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มีความเห็นอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า อยากถามว่าช้าอย่างไร ตนไม่เข้าใจ ถ้านับตามกรอบเวลาที่ผ่านมา ยังอยู่ในภายในกรอบเวลาการดำเนินการตามกรอบกฎหมาย 90-150 วัน ที่ผ่านมา เรามีงานพระราชพิธี วันนี้จึงยังไม่ได้มีการผิดเพี้ยนจากกรอบเวลาเดิมเลย ซึ่งมีการตั้งไว้ในเดือนกรกฎาคม ขอร้องว่าอย่าไปบิดเบือนอะไรกัน และขอให้เข้าใจด้วยว่าเราต้องแก้ปัญหาของเราให้ได้

ผู้สื่อข่าวถามถึงปัญหาความขัดแย้งในพรรค พปชร.จะส่งผลกระทบต่อการตั้ง ครม.หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา ความขัดแย้งเกิดขึ้นกับทุกพรรคการเมือง เพียงแต่จะแสดงออกกันมาอย่างไร วันนี้ตนทราบว่ามีความก้าวหน้า ทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้ว ทางพรรคมีการแถลงออกมาแล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามน้ั้น ซึ่งต้องขอขอบคุณทุกคน อย่าโกรธแค้นเคืองอะไรกันไป และขอร้องประชาชนอย่าคล้อยตามฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อมั่นว่าคนไทยทุกคนมีความเข้าใจ และนักการเมืองเองก็ต้องเข้าใจ และถือว่าสิ่งที่เราทำให้ทุกอย่างสงบเรียบร้อยถือว่าเราได้เริ่มการปฏิรูปกันแล้ว ทุกอย่างจะเดินหน้าไปตามกลไกและกติกา

“สำหรับผมเองก็เป็นธรรมดา รู้สึกไม่สบายใจบ้าง และได้พูดไปแล้ว แต่เมื่อวันนี้ทุกอย่างเรียบร้อย ผมก็สบายใจ ขั้นตอนต่างๆ ก็ไม่ได้ติดชะงักตรงไหนแล้ว  ขั้นตอนตอนนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ทั้งด้านเอกสารและจากหน่วยงานภายนอก ท้ายสุด เมื่อตรวจสอบเสร็จสิ้นก็จะมีการรับรอง และให้เวลาแก้ไขปัญหาของตัวเองตามกฎหมายรัฐธรรมนูญใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหุ้น หรืออะไรต่างๆ ก็ต้องให้เวลาดำเนินการ เมื่อแล้วเสร็จก็จะนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายขึ้นไป เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จากนั้นจะขอพระราชทานวันเวลา เพื่อเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน ซึ่งคิดว่าอีกไม่กี่วันข้างหน้า ทุกอย่างจะเรียบร้อย ไม่ต้องกังวลอะไร” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ปัญหาภายในของพรรค พปชร.นั้น ต้องถือว่าเป็นพรรคการเมืองใหม่ ถึงแม้จะมีคนเก่าๆ อยู่หลายคน แต่การที่มีคนเดิมๆ จากหลายพรรคมารวมกัน เพื่อขับเคลื่อนงานไปด้วยกันก็ย่อมมีปัญหาความขัดแย้งอยู่บ้าง และบังเอิญว่าสื่อให้ความสนใจ จึงกลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ แต่เชื่อว่าเดี๋ยวก็จบ เพราะฉะนั้นก็จบได้แล้ว ทั้งหมดถือเป็นเรื่องภายในของพรรค พปชร. และในฐานะที่ตนเป็นผู้ที่ถูกเสนอชื่อ เลือกให้เป็นนายกฯ ก็ได้ให้แนวทางไปแล้วว่าต้องหากฎระเบียบต่างๆ ภายในพรรคเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยว่าอนาคตจะทำอย่างไรกันต่อไป เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเดิมๆ ขึ้นมาอีก ขณะนี้อยู่ระหว่างช่วงเวลาการเปลี่ยนผ่าน อะไรที่เปลี่ยนแปลงบางครั้งก็มีปัญหา แต่วันนี้เข้าใจตรงกันแล้วก็จบ

“ซึ่งผมก็ลืมไปแล้ว ประชาชนก็ต้องให้ความเชื่อมั่นต่อไป ผมเองก็หวังให้พรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคที่ประชาชนให้ความเชื่อมั่นในการทำงานเพื่อชาติและประชาชนต่อไปในอนาคต เราจะเดินหน้าต่อไป ทั้งด้วยกลไกทางการเมือง ตามรัฐธรรมนูญกฎหมาย และระเบียบของพรรค เพื่อให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้นในการทำงาน เพื่อไม่ให้มีปัญหาต่อไปในอนาคต ก็หวังว่าจะร่วมมือกันได้เป็นอย่างดี” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว