‘บิ๊กตู่’ รับปวดหัวจัดโผ ครม. เพราะใช้สมองบริหารงาน เลี่ยงตอบควบ ‘กลาโหม’ บอกใจเย็นๆ

2.07.19 | 15:16 น.
แฟ้มภาพ

‘บิ๊กตู่’ รับ ปวดหัวจัดโผ ครม. เพราะใช้หัวสมองบริหารงาน เผย ยึดหลักธรรมาภิบาลวางตัว รมต. พร้อมให้โอกาสทุกคน ระบุ ‘ใจเย็นๆ คอยดูควบ ‘กลาโหม’ หรือไม่

เมื่อเวลา 13.10 น. วันที่ 2 กรกฎาคม ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากบริหารประเทศมา 5 ปี วันนี้มาเจอกับนักการเมืองที่มาจากหลายขั้ว รู้สึกปวดหัวหรือเครียดหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ทุกอย่างมันก็ต้องปวดหัว ทำงานไม่ปวดหัวเขาเรียกว่าทำงานเหรอ ตนใช้หัวสมองในการบริหาร ในการทำงานและทำความเข้าใจหาความร่วมมือ พร้อมทำความเข้าใจกับสังคมให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น และวันนี้ต้องขอบคุณที่ทุกคนสนับสนุนตนมากพอสมควร ฉะนั้น ขอให้เชื่อมั่นด้วยกลไกประชาธิปไตย ตนจะทำงานให้สำเร็จ ซึ่งคำว่าสำเร็จของตนคือการบริหารราชการด้วยความเรียบร้อย ปลอดภัย สร้างหลักคิดใหม่ๆ ให้กับประชาชนว่าจะทำอย่างไรให้บ้านเมืองดีขึ้นไปกว่าเดิม เพราะตนคงไม่อยู่กับพวกท่านตลอดไป วันข้างหน้าก็มีคนนู้นคนนี้เข้ามาทดแทน มีคนรุ่นใหม่เข้ามา แต่เราต้องเตรียมคนรุ่นใหม่ให้พร้อมรับสถานการณ์เหล่านั้น ด้วยการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ บุคลากรส่วนราชการต่างๆ และการปฏิรูปต่างๆ มากมาย จึงต้องเรียกว่าการปฏิรูป ถ้าจะสั่งไปวันๆ ก็สั่งตามกฎหมายเดิม ระเบียบเดิม ถ้าไม่ปฏิรูปกฎหมายกฎกติกาต่างๆ ก็ไม่ใช่การปฏิรูป มันก็จะทำไม่ได้ ดังนั้น วันนี้ ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งมาตรา 44 หรืออะไรก็ตาม ก็เพื่อให้เกิดการปฏิรูป ในส่วนที่ติดปัญหาเดิม เพราะกฎหมายยังไม่มี ไม่พร้อม ยังออกไม่ได้ หลายอย่างจึงต้องปลดล็อก วันหน้าหากจะแก้ไขอะไรก็แก้ไขตามกระบวนการของสภา อย่ามาเอาย้อนกลับไปกลับมา อย่างที่พูดกันในวันนี้ ตนหวังดีกับทุกคน

เมื่อถามว่า ครม.ยังไม่ทันตั้งเสร็จ แต่ในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มีความขัดแย้งกันมาก จะส่งผลต่อเสถียรภาพรัฐบาลในวันข้างหน้าหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า “การตั้ง ครม.ในส่วนของผมเสร็จแล้ว และในพรรคพลังประชารัฐก็จบแล้ว เชื่อว่าจะไม่ส่งผลต่อเสียงปริ่มน้ำ ไม่มี” เมื่อถามว่า วางกฎระเบียบในพรรคอย่างไร นายกฯกล่าวว่า “ต้องดูในวันหน้าจะเป็นอย่างไรต่อไป กลุ่มต่างๆ พวกนี้จะมีหรือเปล่า มันควรจะเป็นพรรคมั้ง และเป็นมติของพรรค”

เมื่อถามว่า แสดงว่าวันนี้นายกฯสามารถควบคุมคนในพรรคได้แล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนไม่ได้ควบคุม แต่เป็นการทำความเข้าใจกัน คุยกันก็รู้เรื่อง คนไทยด้วยกันทั้งหมด เมื่อถามว่า ที่นายกฯบอกว่าจบแล้ว หมายความว่าตำแหน่งเป็นไปตามที่แต่ละพรรคเสนอมาตั้งแต่แรกหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า “ตอนไหนล่ะ แต่ก็เป็นเรื่องของผม จะทำอย่างไรก็เป็นเรื่องของนายกฯไม่ใช่หรือ นายกฯก็จะต้องปรับให้เหมาะสม ซึ่งทุกคนก็ยอมรับแล้วก็จบ” เมื่อถามว่า มีโอกาสหรือความจำเป็นต้องมีตำแหน่งบริหารในพรรคหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ยังไม่เห็นความจำเป็นในตอนนี้ เดี๋ยวดูว่าควรจะมีแค่ไหน หรือไม่มีก็ยังไม่รู้

เมื่อถามว่า เกรงหรือไม่ว่าปัญหาความขัดแย้งจะเกิดขึ้นอีกครั้งตอนปรับ ครม. นายกฯกล่าวว่า ถ้ามันเกิดขึ้นก็แก้กันต่อไป ปัญหาเขามีไว้ให้แก้ เข้าใจหรือไม่ เมื่อถามว่า ยึดหลักอะไรในการวางตัว ครม. นายกฯกล่าวว่า ต้องมีธรรมาภิบาล ซึ่งทุกคนมีประสบการณ์ในการทำงานทางการเมืองมาแล้วหลายท่าน ฉะนั้น ตนหวังอย่างยิ่งว่า ประสบการณ์ที่ทุกท่านมีอยู่แล้ว จะทำให้เกิดความเชื่อมั่น แก้ปัญหาเดิมๆ ในเรื่องความไม่เชื่อมั่น ความไม่ไว้วางใจได้ นั่นคือโอกาสที่ตนให้กับทุกคน ถ้าเราไม่ให้โอกาสตรงนี้เลย ทุกคนก็มาไม่ได้หมด ถูกหรือไม่ และทุกคนก็รู้ว่าที่ผ่านมา เราทำอะไรถูกอะไรดีหรือไม่ดีบ้าง วันนี้ตนให้โอกาสทุกคน เข้าใจหรือไม่ เพราะทุกคนได้คะแนนเสียงจากประชาชนในการเลือก ส.ส. ทั้งเขตและปาร์ตี้ลิสต์

Advertisement

“แต่ผมขอโอกาสของผมในการเป็นนายกรัฐมนตรีในการที่จะจัดสรรให้เหมาะสม นั่นคือหน้าที่ของผม โอเคหรือไม่” นายกฯ กล่าว

เมื่อถามว่า มองว่านักการเมืองเขี้ยวลากดินเกินไปหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์เดินออกจากโพเดียมแถลงข่าว พร้อมกับบอกว่า ไม่หรอก เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์จะควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมด้วยหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า “ว่าไงจ๊ะ คอยสิคอย ใจเย็นๆ” เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จะอยู่ใน ครม.ใหม่ด้วยใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “ใจเย็นๆ”